July 03, 2020
Home Tag Archives: หลักหมื่น

Tag Archives: หลักหมื่น

กยศ. ออกมาอธิบายแล้ว หลังมีสาวร้องเรียน เป็นหนี้แค่หลักหมื่น แต่โดนยึดบ้าน

วันนี้เราจะมาเปิดข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มี พี่สาวของผู้กู้ยืมเงินกองทุน ได้ร้องเรียนผ่านสื่อว่าถูกสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ประกาศขๅยทอด ตลาดทรัพย์ โดยเป็นหนี้ กยศ. เพียง 17,000 กว่าบาท แต่กลับถูกบังคับคดียึดบ้านในราคา 2 ล้านกว่าบาท ไปขๅยทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ ล่าสุดวันที่ 25 มิ.ย.63 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า กองทุนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าผู้กู้ยืมถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2551 และศาลได้มีคำพิพากษาให้ชำระหนี้เงินต้น จำนวน 17,868 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่ผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา กองทุนจึงจำเป็นต้องดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดี จากการสืบทรัพย์พบทรัพย์สินของผู้กู้แต่ไม่สามารถยึดได้ เนื่องจากถูกเจ้าหนี้รายอื่นยึดไว้แล้ว กองทุนจึงจำเป็นต้องดำเนินการยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกันเมื่อปลายปี 2561 ซึ่งที่ดินดังกล่าวติดจำนองเจ้าหนี้รายอื่นอยู่ ต่อมาในช่วงต้นปี 2562 ผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้เพียงบางส่วน และไม่ได้ติดต่อกองทุนเพื่อทำบันทึกข้อตกลงงดการขๅยทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมหรือ ผู้ค้ำประกันมาติดต่อก็สามารถของดการขๅยทรัพย์และผ่อนชำระหนี้ได้อีก 6 ปี ต่อมาสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ได้ดำเนินการประกาศขๅยทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยขๅยแบบติดจำนอง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และมีบุคคลภายนอกซื้อได้ในราคา 30,000 บาท โดยการขๅยครั้งนี้เป็นการขๅยครั้งที่ 11 ซึ่งในการขๅยทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมาดูแลการขๅย กองทุนขอชี้แจงว่า ก่อนที่จะมีการบังคับคดี กองทุนพยายามที่จะติดต่อกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันทั้งทางจดหมายและทางโทรศัพท์ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด จนในที่สุด …

“เจ๊อ้อย” จากพนักงานเงินเดือนหลักหมื่น ผันตัวมาเป็นแม่ค้าหมูทอด รายได้หลักแสนต่อเดือน

หากแค่พูดปากเปล่า ไม่มีหลักฐานมาแสดงให้เห็น คงไม่มีใครจะเชื่อว่า จากพนักงานเงินเดือนหลักหมื่น ต้องผันตัวมาเป็นแม่ค้า แต่กลับสร้างรายได้ได้มากกว่างานประจำเสียอีก นั่นก็คือ ร้านหมูทอดของคนสู้ชีวิต “เจ๊อ้อยข้าวเหนียวหน้าหมู” ผู่มีข้อคิอ “ล้มก็ลุกได้” ไม่เคยอายที่จะทำกิน ช่วงแปดโมงเช้าถือเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนของเหล่าพนักงานออฟฟิศ โดยเฉพาะย่านใจกลางเมืองอย่างอารีย์ แต่ใครจะรู้ว่าในซอยเล็ก ๆ ข้างตึกพหลโยธินเซ็นเตอร์นั้น จะมีของกินที่รูปลักษณ์ภายนอกดูธรรมดา แต่เรื่องราวของเจ้าของร้านนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ยิ่งคนในพื้นที่ต่างรู้จักดีในความเด็ดของร้าน “เจ๊อ้อยข้าวเหนียวหน้าหมู” ข้าวเหนียวหมูทอดอารีย์ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติความเป็นมายาวนานนัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กับร้านอื่น ๆ ในแถบนั้นเลยทีเดียว วันนี้เราเลยพาเพื่อน ๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับ คุณธัญรัศม์ นาคประเสริฐ เจ้าของร้าน “เจ๊อ้อยข้าวเหนียวหน้าหมู” ที่เมื่อหลายสิบปีก่อนเคยทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ชีวิตรุ่งเรืองดีมีความสุข เงินเดือนหลักหมื่น (สมัย พ.ศ. 2538) จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเจ๊อ้อยพลิกผัน จากพนักงานออฟฟิศแต่งตัวสวย เป็นฝ่ายขๅยอยู่ในห้องแอร์ ต้องถอดสูททิ้งแล้วมาจกข้าวเหนียวแทน เจ๊อ้อยเล่าให้เราฟังว่า ช่วงนั้นเริ่มเข้าสู่ยุคฟองสบู่แตก ในปี พ.ศ. 2540 บริษัทขๅยตรงที่ว่าทำท่าจะไปไม่รอด เจ๊อ้อยที่ฐานเงินเดือนสูงลิ่วก็เสีຍวสันหลัง เสี่ยงต่อการโดนบังคับออกอย่างมาก เพราะต่อให้เก่งขนาดไหน แต่ถ้าเศรษฐกิจซบเซาขนาดนี้ยังไงบริษัทก็คงแบกไว้ไม่ไหว แล้วก็เป็นไปตามคาด ทางบริษัทหาข้ออ้างในการหักเงินเดือนเจ๊อ้อยทุกทาง จนสุดท้ายต้องตัดสินใจลาออกในที่สุด แม้บทบาทในการเป็นพนักงานขๅยจะจบลง แต่ชีวิตของเจ๊อ้อยในวัย 40 ปีก็ต้องดำเนินต่อไป เธอเลยตัดสินใจตระเวนหางานทำไปเรื่อย …

หนุ่มสาว ร่วมกันเปิดร้านขายส้มตำ รายได้หลักหมื่นต่อวัน แถมให้ผู้ที่ไม่มีเงินกินฟรี

เปิดเรื่องราวของ 2 หนุ่มสาวที่เป็นแฟนกันที่เปิดร้านขายส้มตำ โดยระบุว่า ได้มีร้านส้มตำเมืองเลยแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางสุขาภิบาล 8 บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ตำบลบึงอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ทางร้านส้มตำเมืองเลยดังกล่าวได้เปิดให้ผู้ที่ไม่มีเงินได้รับประทานฟรีและคนท้องคิดเพียงครึ่งราคาของค่าอาหาร และรสชาติของอาหารมีความอร่อยจนมีคนเดินทางมารับประทานที่ร้านมีจำนวนมาก ภายหลังที่ผู้สื่อข่าวทราบเรื่องราวจึงได้เดินทางไปยังร้านส้มตำดังกล่าว ซึ่งร้านมีชื่อว่า ร้านจันทร์เพ็ญเมืองเลยก๋อ เปิดขายอาหารประเภท ส้มตำ ตำถาด และอาหารอีสานต่าง ๆ ที่เลื่องชื่อ แต่จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่เป็นความมีน้ำใจของเจ้าของร้านโดย จะให้คนที่ยากไร้ได้รับประทานฟรี ส่วนคนท้องจะคิดเพียงครึ่งราคาของราคาอาหารทั้งหมด นางจันทร์เพ็ญ ชัยมหา อายุ 40 ปี และ นายสุพัฒ ชัยมหา อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน โดยทั้งคู่ได้เปิดเผยว่าเดิมพวกตนเป็นชาวจังหวัดเลย ได้จากบ้านเกิดมาหางานทำที่จังหวัดชลบุรี เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพราะทางบ้านมีฐานะจนลำบากแสนเข็ญจึงต้องดิ้นรนออกมาหางานทำที่ขลบุรี มาเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ที่บ่อวิน ชลบุรี แต่รายได้เพียงหลักร้อยต่อวัน จึงไม่พอเพียงมาจุลเจือครอบครัว จนมาถึงจุดเปลี่ยนโดยมีอยู่วันหนึ่งผู้เป็นภรรยาได้ทำอาหารเป็นส้มตำ สูตรเมืองเลยที่ได้รับมาจากปู่ย่าตายาย ให้เพื่อนได้รับประทาน จนเพื่อนถึงกับตกใจในรสชาติของส้มตำเมืองเลยมีความอร่อยกลมกล่อมเป็นอย่างมากจนแนะนำให้พวกตนลองเปิดร้านขายดู หลังจากนั้นตนก็เลยทดลองเปิดร้านเล็ก ๆ ลองขายดูตามเพื่อนแนะนำปรากฏว่าเปิดร้านเพียงวันแรกพวกตนขายได้ถึง3พันบาทเลยทีเดียว พวกตนดีใจเป็นอย่างมาก จนตัดสินใจออกจากงานมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายส้มตำในสูตรส้มตำเมืองเลยแบบเต็มตัว จนกิจการเริ่มขายดีขึ้นเรื่อยคนเริ่มติดใจในรสชาติต่างพากันมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย จนขายดี จนสามารถซื้อบ้านซื้อรถตั้งตัวได้ในที่สุด …

รีโนเวท “ห้องนอน” ด้วยงบแค่หลักหมื่น แต่ได้บรรยากาศระดับโรงแรม

เมื่อพูดถึง “ห้องนอน” แล้ว เป็นพื้นที่ ๆ สำคัญมากที่สุดของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมในแต่ละวัน นอกจากนี้บางคนยังตกแต่งห้องนอนให้ใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย รวมถึงบางคนยังให้ความสำคัญไปกับการตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ที่สุดอีกด้วย วันนี้ ในบ้าน จะพาเพื่อนไปชมการรีโนเวทห้องนอนเก่าของคุณ Imron Wadeng ให้กลายเป็นห้องนอนที่มีบรรยากาศที่สวยงามหรูหราในระดับโรงแรม ซึ่งไอเดียนี้ใช้งบประมาณเพีຍงหลักหมื่นเท่านั้u จะมีขั้นตอนยังไงบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยจ้า เปลี่ยนห้องนอนร้าย ๆ ด้วยงบหลักหมื่น แต่บรรยากาศระดับโรงแรมด้วยตัวเอง เริ่มต้นด้วย ให้พ่อช่วยเอาผ้าม่าน และเตียงร้าย ๆ ออกให้หมด แปะวอลเปเปอร์สีเทาสำหรับผนังหัวเตียง และทาสีขๅวส่วนผนังที่เหลือ แขวนรูปภาพ เพิ่มความอาร์ทนิสนึงตรงหัวเตียง นำแผ่นยางลายไม้แปะทับโมเสก (โชคดีที่มีกาวในตัว สะดวกมาก) หน้าต่างเปลี่ยนผ้าม่านเป็นมูลี่ไม้สีขๅว เพิ่มความคอนโดให้มันหน่อย แต่นอกหน้าต่างบรรยากาศป่าไม้ ส่วนเตียง จะเลือกเตียงเตี้ย เน้นเบาะสูง ๆ ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเบา ๆ และเลือกผ้าปูสีขๅวเพราะต้องคุมโทน แปะนาฬิกาสักเรือนเอาไว้บอกเวลา จะได้เป็นคนมีเวลา แต่งด้วยต้นไม้สักต้นสองต้น ให้ห้องมีสีเขียวบ้างเล็กน้อยจะได้ไม่จืดไป ส่วนรองเท้าก็ต้องเลือกขๅวดำไว้ก่อน สีอื่นคือห้ามเอาเข้าห้องเด็ดขาด หน้ากระจกแต่งด้วยดอกยิปโซ ให้ความหมายว่า “รักตั้งแต่แรกพบเอร่ยยย!! ด้วยความที่ห้องเล็ก โต๊ะสำหรับทำงานก็ปลายเตียงนี้แหละ!! แหล่งที่มา: Imron Wadeng / naibann …