Home Tag Archives: สาว

Tag Archives: สาว

สาวเป็นซึมเศร้า เตรียมลาโลก เปลี่ยนใจเพราะแซลมอนมื้อสุดท้าย

วันนี้เราจะมาติดตามอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกเเชร์ต่ออย่างมากมายในโลกออนไลน์ หลังหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวของตนเองลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ตามล่าหาปลาส้ม (Salmon lovers) ซึ่งเป็นกลุ่มเเชร์อาหาร สำหรับคนชอบทานปลาแซลมอน โดยเธอเล่าว่า ตนเองเป็นโรคซึมเศร้า รักษาตัวมาหลายปียังไม่หาย สุดท้ายเตรียมตัวจะจบชีวิตของตัวเองลง และได้บอกลาครอบครัวคนใกล้ชิด ทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนกดสั่งแซลมอนที่ชอบที่สุด หวังได้กินของชอบเป็นมื้อสุดท้าย แต่กลับได้พบกับเรื่องราวดีๆ เล็กๆน้อยๆ จากทางร้าน ทำให้ตนเองตันสินใจจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้อความทั้งหมดระบุว่า เเชร์เหตุการณ์ก่อนสั่งปลาส้ม และ review ร้านปลาส้มค่ะ ก่อนสั่ง เรามีความคิดและวางแผนการปลิดชีพตัวเองอย่างจริงจัง (เราเป็นโรคซึมเศร้า รักษามาหลายปีแล้ว) เขียนพินัยกรรม บอกแม่บอกสามีบอกลูก ว่าคืนนี้เราจะจากไปนะ เราจะไปสบายแล้ว .. อาบน้ำ เตรียมตัวสั่งแซลม่อน ร้าน Salmoninroom แซลมอน – อิน – รูม ขอให้ได้กินอาหารที่ชอบที่สุดเป็นมื้อสุดท้าย ได้คุยกับทางร้านเพื่อจะสั่งซื้อ ร้านน่ารักมาก แถมหางหั่นเต๋ามาหลายชิ้น แถมท้องม่อนสดมาด้วย เรารู้สึกดีมาก ที่คนบนโลกไม่ได้ใจร้ายกับเราหมดซะทุกคน จากความคิดจะลงมือปลิดชีพตัวเอง มันก็ทุเลาลงค่ะ หลังเรากินเสร็จ เราเลยตัดสินใจบอกความจริงกับทางร้านไป ว่าเราวางแผนไว้ว่ากินเสร็จแล้วเราจะปลิดชีพตัวเองนะ ทางร้านให้กำลังใจมาด้วย ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตเราผ่านพ้นวันนี้ไปได้ค่ะ ปล.ตลอดเวลาที่กิน เราร้องเพลง ดุ๊กดิ้กไปมาตลอดเลย สะดุดคิดว่าเรามีความสุขกับการกินขนาดนี้เลยหรอ …

สาวเข้าห้างสรรพสินค้า แต่ไม่มีหน้ากากอนามัย พอจะจ่ายเงิน เลยถอดกางเกงในมาสวมแทน

จากสถานการณ์ที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ทางร้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ต้องออกข้อกำหนดให้คนที่มาใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยเสียก่อนถึงจะเข้าไปได้ แล้วถ้าหากว่า “ลืม” ขึ้นมาล่ะ? เราจะทำอย่างไร? ถ้าอย่างนั้นก็ลองมาดูวิธีแก้ปัญหาของหญิงสาวคนนี้ดูสักหน่อยดีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งชื่อว่า Pick n Pay ในประเทศแอฟริกาใต้ หญิงสาวคนหนึ่งเข้าไปใช้บริการในห้างโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย แต่ทางกฎของห้างระบุเอาไว้ว่าลูกค้าที่มาใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัย พอเจอเข้ากับเจ้าหน้าที่ ก็เลยถูกถามว่าหน้ากากอนามัยอยู่ที่ไหน? ซึ่งเธอตอบเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่มี ไม่ได้พกมาด้วย” เจ้าหน้าที่ก็เลยพยายามจะพาตัวเธอออกไปนอกห้าง แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น หญิงสาวคนดังกล่าวก้มลงไปใต้กระโปรง ถอดกางเกงในจีสตริงออกมาแล้วก็สวมมันเข้าไปที่ใบหน้า เหมือนกับเป็นสไปเดอร์แมนยังไงอย่างงั้นเลย เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกเอาไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดของห้าง และถูกนำไปเเชร์ต่อในโลกออนไลน์ ไม่นานก็กลายเป็นกระแสไวรัลที่ชาวเน็ตทั่วโลกให้ความสนใจ หลาย ๆ คนต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็มาแนะนำว่า “เธอควรจะอยู่ที่บ้าน และชอปปิงออนไลน์เอานะ หากไม่ชอบสวมหน้ากากอนามัยออกไปข้างนอกน่ะ” บางส่วนก็บอกว่า “มันทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก หญิงสาวคนนี้ไม่ยอมสนใจกฎที่ทั้งโลกให้ความสำคัญ เรากำลังเผชิญกับไวรัสที่คร่าชีวิตคนเป็นล้าน แล้วเธอคิดเหรอว่ากางเกงในจีสตริงมันจะช่วยเธอได้? โตได้แล้วนะ ครอบครัวสอนมายังไงเนี่ย?” บางคนก็แซวขำ ๆ ว่า “เป็นไอเดียที่แจ่มไปเลย แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก” แหล่งที่มา dailymail / catdumb เรียบเรียงโดย baansuann.com

สาวลุยเก็บขยะ 3 ปี น้ำเน่าทำตุ่มคันขึ้นเต็มตัว เร่งรักษา จิตตกหวั่นเป็นมะเร็ง

วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามเรื่องราวของ น.ส.สุภาดา วงศ์ซิ้ม ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication เปิดเผยความคืบหน้า กรณีหลังทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี จนได้รับผลกระทบทางร่างกาย เป็นบาดแผลและมีอาการคันตามผิวຫนัง และทางแพทย์ได้สั่งให้หยุดพักทำกิจกรรมภาคสนาม และดูแลตัวเองในระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งในขณะนี้มีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมาก บาดแผลของผิวຫนังเริ่มดีขึ้น และไม่มีอาการคัน เพราะร่างกายไม่ต้องเจอกับฝุ่นหรือน้ำเสีย ขณะที่พักรักษาตัวทำให้ต้องศึกษาวิธีการดูแลตัวเองมากขึ้น หาวิธีการต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้การรักษาดีขึ้น เพราะขณะนั้นแย่มาก ๆ มีอาการจิตตก นอนไม่หลับ และมีความเป็นกังวลในเรื่องการเป็นมะเร็งผิวຫนัง และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่ตรวจแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไร ทั้งนี้อาการดังกล่าวเป็นผลจากน้ำเสียและขยะตอนไปทำงาน จนได้พูดคุยกับคุณแม่ที่เคยใช้ยาสมุนไพร ทดลองใช้ทางตามผิวຫนังก็พบว่ามีผลดีขึ้น จะเห็นให้ได้ว่าบาดแผลตามร่างกายเริ่มดีขึ้นตามลำดับ น.ส.สุภาดา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้หวังดีจำนวนมากได้นำยาต่าง ๆ มาให้ทดลองใช้เพื่อทำการรักษาตัว แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัຍ หลังจากนี้การทำงานขององค์กรฯ จะมีการปรับเปลี่ยนให้ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น และมีอุปกรณ์ป้องกันมากขึ้น แต่งานที่ทำอยู่ไม่อาจสามารถหลีกเลี่ยงขยะ ฝุ่น หรือน้ำเสียได้ การสร้างภูมิป้องกันให้ร่างกายคือการป้องกันที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความกรุณาและความร่วมมือเป็นอย่างดี และในขณะนี้ยังไม่ผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 ก็อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รับประทานของที่มีประโยชน์ รักษาเรื่องการเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่คนจำนวนมาก และที่สำคัญคือเรื่องของการรักษาความสะอาด เพราะสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่มีผลต่อสุขภาพ   แหล่งที่มา …

สาวน้ำใจงาม เห็นหนุ่มส่งอาหาร นั่งพักหลบแดดริมทาง จึงหยิบยื่นน้ำใจมอบน้ำดื่มให้

เราจะพาเพื่อน ๆ มาติดตามเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นภาพความประทับใจที่ได้รับการสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้อินสตาแกรม “up2youha” ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของความมีน้ำใจของสาวรายหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า หญิงสาวคนหนึ่ง เห็นชายผู้ที่เป็นพนักงานส่งอาหารได้พักนั่งอยู่บริเวณฟุตบาทเป็นเวลานาน เธอจึงนำน้ำเปล่าไปให้เพื่อดื่มคลายความเหนื่อຍล้า ก่อนที่จะรู้ว่าเขาไม่สบาย แต่ก็ยังมาทำงานส่งสิ่งของเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ทางผู้ใช้อินสตาแกรม ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า “พี่เขามาส่งอาหารที่ร้านเรา และนั่งพักนานมาก เลยเดินเอาน้ำไปให้ ในใจตอนนั้นคือนั่งมองอยู่และสงสารมาก พี่แกไม่สบายด้วย สู้ ๆ นะคะพี่ TikTok : minimoal” ซึ่งจากคลิปจะเห็นว่าชายผู้ที่ส่งอาหารกำลังนั่งหลบแดดด้วยความเหนื่อຍล้า ก่อนที่จะมีหญิงสาวคนหนึ่งได้เดินนำน้ำดื่มไปให้ และชายคนดังกล่าวได้มีการพูดคุย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการพูดขอบคุณหญิงสาวคนดังกล่าว   หลังจากที่เรื่องราวนี้มีการเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างชื่นชมที่หญิงสาวคนดังกล่าวมีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือชายที่ส่งอาหาร บางคนบอกว่าอยากเห็นภาพแบบนี้เยอะ ๆ ในสังคมบ้านเรา มากกว่าเห็นภาพความสับสนวุ่นวาย ขณะที่บางคนบอกว่าเคยผ่านจุดนี้มาก่อน เข้าใจเลยว่าเหนื่อຍมาก แต่เพื่อครอบครัวต้องอดทน คลิกชมคลิป แหล่งที่มา: up2youha เรียบเรียงโดย baansuann.com

สาวอดยิ้มไม่ได้ ก่อนหน้านี้ แม่ชอบอุ้มน้องหมาจรจากวัดมาเลี้ยง ล่าสุดน้องชายเป็นไปกับเขาอีกคน

เมื่อไม่นานมานี้ บนโลกออนไลน์ได้มีเฟซบุ๊ก บ้านแก้วตา เพื่อน้องหมาจร สถานที่เล็ก ๆ ที่คอยดูแลสุนัขจรทั้งจากที่เก็บได้บริเวณหมู่บ้าน และจากหลายคนติดต่อขอความช่วยเหลือ ดำเนินการโดยคุณธัญญาพร แก้วตา ตู้ทอง ซึ่งจุดเริ่มต้นทั้งหมด มาจากการที่คุณแม่ของคุณธัญญาพร ชอบไปเก็บเอาสุนัขจากที่วัดมาให้เลี้ยงนั่นเอง จนถึงขนาดที่คุณธัญญาพรต้องออกปากบอกแม่ว่า ไม่ต้องไปมันแล้วนะ วัดกับโรงเรียนเนี่ย เพราะได้สุนัขติดมือมาทุกครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่า เห็นแล้วก็สงสาร นอกจากนี้ คนอื่น ๆ ในบ้านของคุณธัญญาพรเองก็รักสุนัขไม่แพ้กัน โดยเธอยังได้เปิดเผยเรื่องราวของน้องชาย ที่จู่ ๆ ก็ขับรถมอเตอร์ไซต์กลับบ้าน พร้อมกับลูกสุนัขสองตัวหน้าตามอมแมมอยู่ในมือ ตอนแรกคุณธัญญาพรก็ตกใจมาก เพราะเห็นว่ามันมีปลอกคอ คิดว่าเจ้าของต้องตามหามันแน่ ๆ เพราะหน้าตาลูกสุนัขน่ารักน่าเอ็นดูมาก แต่ทางน้องชายกลับบอกเธอว่าเขาเห็นเจ้าของเอามันมาปล่อยข้างถนนกับตา เพราะว่าไม่ต้องการมันอีกแล้ว ตอนแรกคงคิดว่าลูกสุนัขน่ารัก แต่เมื่อเลี้ยงไม่ไหว ก็ได้แต่เอามาปล่อยไว้ให้พวกมันอยู่ตามยถากรรมแบบนี้ ในที่สุดแล้ว ทั้งครอบครัวก็อดเห็นใจไม่ได้ จำต้องรับเลี้ยงลูกสุนัขทั้งสองตัว ซึ่งเธอก็จัดการทำหมัน ให้วัคซีน เลี้ยงดูอย่างดีทุกตัวเท่าที่กำลังทุนทรัพย์ของเธอจะทำได้ รวมถึงมีหลายคนที่ได้ยินเรื่องราวและประทับใจในความรักและเมตตาที่จะช่วยเหลือสุนัขไร้เจ้าของของครอบครัวนี้ ช่วยกันบริจาคให้เธอได้เลี้ยงดูพวกมันจนถึงที่สุด หากมีผู้ใจบุญท่านใด สนใจสมทบทุนช่วยเหลือเหล่าสุนัขจร ที่โชคดีได้มีที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก บ้านแก้วตา เพื่อน้องหมาจร กันได้เลย ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ แหล่งที่มา : บ้านแก้วตา เพื่อน้องหมาจร …

สาววัย 23 ปี เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวทำบุญให้ครั้งสุดท้าย ต่อลมหายใจ 7 ชีวิต

วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามกรณี เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์ได้มีเพจ ข่าวประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้ออกมาเผยข้อความระบุว่า ชื่นชมน้องทีม นางสาวธัญพิชชา โสนาง สาววัย 23 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุเสีຍชีวิต สมองไม่สามารถฟื้นคืนได้ แต่หัวใจยังปกติ น้องสาวได้แจ้งกับญาติว่าก่อนหน้าที่พี่สาวจะประสบอุบัติเหตุได้เคยบอกกับตัวเองว่าอยากจะบริจาคอวัยวะ เมื่อเกิดเหตุขึ้นน้องสาวจึงได้บอกเรื่องดังกล่าวให้กับทางญาติทราบและได้ปรึกษากัน และแจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะที่สามารถใช้ได้ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วຍรายอื่น ๆ ประกอบด้วย ลิ้นหัวใจ ไตและดวงตา ของตนที่สามารถนำไปช่วยเหลืออีก 7 ชีวิตที่รออยู่ โดยทีมของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้กล่าวขอบคุณครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นบุญกุศลของ น้องทีม และด้วยบุญกุศลนี้ ขอให้ น้องทีม จงได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ ด้วยอำนาจแห่งบุญด้วยเทอญ ไม่มีบุญไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าบุญครั้งนี้อีกแล้ว แหล่งที่มา: เพจ ข่าวประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก / siamtopic เรียบเรียงโดย baansuann.com

หนุ่มทำคลิปแจกอาหารให้คนที่อาศัยริมถนน ได้รับข้อความจากสาว ถามหาที่อยู่ของผู้หญิงผมกระเซิง

วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามเรื่องราวดี ๆ ของชายหนุ่มรายหนึ่ง ที่ได้มาขอความช่วยเหลือในกลุ่มเฟซบุ๊ก พัทยาทอล์ค ระบุไว้ว่า เขามักจะทำคอนเทนต์ต่าง ๆ มาลงในช่องทางโซเชียลของตัวเองอยู่บ่อย ๆ และวันหนึ่งในขณะที่เขาเพิ่งจะลงคลิปวิดีโอขณะที่นำของไปแจกให้คนยากไร้ที่อาศัยตามข้างทาง ก็ได้พบกับเรื่องราวที่น่าแปลกใจ บนโลกออนไลนื ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Tao Larnpee เล่าเรื่องราวนี้ไว้ว่า เขาได้นำสิ่งของและอาหารไปแจกให้คนที่อาศัยริมถนน ได้เจอกับผู้หญิงรายหนึ่งที่คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็รับอาหารของเขาไปด้วยความยินดี วันต่อมากลับมีผู้หญิงส่งข้อความส่วนตัวมาถามที่อยู่ของผู้หญิงรายนั้นกับเขา บอกว่า “เขาเป็นแม่หนูเองค่ะพี่” หญิงสาวที่ส่งข้อความมากล่าวว่า เธอได้ตามหาคุณแม่ของเธอมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เธอมาตามหาแม่ในพัทยาหลังจากที่ได้ดูคลิปของเขา แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คนในพื้นที่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ และไม่รู้ว่าควรไปหาต่อที่ไหน จึงได้ส่งข้อความมาสอบถามข้อมูลจากชายหนุ่มโดยตรง เธอยังบอกอีกว่า อยากเจอแม่มาก อยากจะพาแม่มาดูแลและรักษา วอนขอให้มีคนช่วยแจ้งเบาะแสของแม่เธอให้ด้วย เมื่อสอบถามจนรู้ว่าข้อมูลเป็นความจริง ชายหนุ่มและเพื่อนจึงได้ไปตามหาหญิงคนนั้นที่จุดเดิม แต่ตามมา 2 วันก็ไม่ได้เจอ จึงได้ขอแรงพลังโซเชียล ช่วยกันให้เบาะแสและตามหาอีกแรง ซึ่งทางกลุ่ม พัทยาทอล์ค ต่างก็ช่วยกันให้เบาะแสจนทราบว่าหญิงรายนี้ชื่อว่า โอ และติดต่อกับหญิงสาวผู้เป็นลูกจนเธอได้เข้ามาในเมืองพัทยาอีกครั้ง ซึ่งเธอก็มีความหวังว่าจะได้พบกับแม่ของเธอเสียที ส่วนทางด้านชายหนุ่มเจ้าของเรื่อง เขากล่าวขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีจิตใจเมตตา ช่วยตามหาแม่ให้ลูกสาว และหวังว่าในที่สุดแล้วคุณแม่รายดังกล่าวจะได้กลับไปหาครอบครัวที่อบอุ่น ไม่ต้องมาใช้ชีวิตข้างถนนแบบนี้ แหล่งที่มา : เต่า ล้านปี / …

สาวเห็นลุงใส่เสื้อมอมแมม ถือแก้วนั่งคอตก ตัดสินใจให้เงิน 20 บาท พร้อมข้อเสนอพลิกชีวิตลุง

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวสุดน่ารักของสาวรายหนึ่ง ซึ่งสมาชิกทวิตเตอร์ราย ได้เปิดเผยเรื่องราวน่าอบอุ่นหัวใจ ของคุณลุงสวมเสื้อมอมแมม ที่มานั่งถือแก้วพลาสติก รอคอยเศษเงินจากคนใจบุญบนทางเดินบีทีเอส ซึ่งเธอก็อดเห็นใจคุณลุงรายดังกล่าวนี้ไม่ได้ ตัดสินใจช่วยยื่นเงินให้เป็นจำนวน 20 บาท แต่ผู้ใช้ทวิตเตอร์สาวรายนี้ กลับคิดว่าหากมีช่องทางให้คุณลุงไม่ต้องมานั่งขอทานแบบนี้อีกคงจะดีไม่น้อย จึงถามคุณลุงไปตรง ๆ ว่า อยากทำงานหรือไม่ ซึ่งคุณลุงก็ตอบทันทีว่าอยากทำงาน เธอตัดสินใจติดต่อมูลนิธิกระจกเงา โครงการจ้างวานข้า ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคนไร้บ้านและคนไม่มีงานไม่มีรายได้เพียงพอ เป็นโครงการที่จะมอบงานให้กับพวกเขาเท่าที่จะมีคนมาจ้างวาน เพื่อที่จะสร้างอาชีพในระยะยาวและยกระดับความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้ทวิตเตอร์เจ้าของเรื่องผู้ใจบุญรายนี้กล่าวว่า ทีแรกเธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะเคยช่วยเคสประมาณนี้แล้วคนที่เธอช่วยไม่คิดจะทำงาน หนีหายไปเฉย ๆ แต่มาวันนี้ทางทีมงานกลับโทรมาบอกเธอว่า คุณลุงเดินทางมาสมัครเข้าร่วมโครงการจริง ๆ ทำให้เธอดีใจมาก และอยากส่งต่อเรื่องราวให้ทุกคนในสังคมว่า เรามีวิธีช่วยเหลือคนไร้บ้านเหล่านี้มากกว่าการยื่นเงินให้เขา โพสต์ดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก หลายคนชื่นชมคุณลุงที่มีจิตใจซื่อสัตย์ ไม่อยากงอมืองอเท้า คนแบบนี้น่าช่วยเหลือ หากใครสนใจรายละเอียดของโครงการ จ้างวานข้า ของมูลนิธิกระจกเงา สามารถเข้าไปติดต่อรายละเอียดได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “จ้างวานข้า โดยมูลนิธิกระจกเงา” ได้ แหล่งที่มา : mimmalai เรียบเรียงโดย baansuann.com

สาวอุ้มแฟนหนุ่ม ที่สูญเสียขาสองข้างจากอุบัติเหตุ ลั่น จะดูแลกันตลอดไป

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ที่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่ถึงแม้จะต้องเจอกับอุปสรรคที่หนักหนาในชีวิต แต่ทั้งคู่ก็ยังร่วมสู้ชีวิต อยู่เคียงข้างกันเสมอ โดยในโลกออนไลน์ ได้มีการลงเรื่องราวระบุว่า รักแท้มีอยู่จริง สามีประสบอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างไป แต่ภรรยาก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งไปไหน และยังยืนยันว่าจะรักและดูแลกันและกันตลอดไปจนกว่าจะสิ้นใจลาจากกัน ขอแสดงความนับถือจากใจจริงค่ หลังจากที่ได้มีการโพสต์ภาพออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่นผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่กล่าวว่า ผู้ชายคนนี้คือผู้ชายที่โชคดีมากครับ ผู้หญิงคนนี้ก็ดีใจงดงามเกิน เห็นแล้วน้ำตาไหล ขอให้มีความสุขนะครับ แหล่งที่มา: siamtopic เรียบเรียงโดย baansuann.com

สาวเสื้อชมพู ฉกเงิน 6,000 ที่ค้างในตู้ฝากเงินอัตโนมัติ แล้วเดินหนีไป

วันนี้เรามีเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ใช้ตู้ฝากเงินมาฝาก โดยเป็นเรื่องราวของหญิงเมืองคอนที่มาฝากเงินที่ตู้อัตโนมัติ แต่ตู้ไม่รับจึงกดยกเลิก ด้วยความรีบจึงไม่ทันสังเกตว่าเอาเงินออกมาไม่หมด ทำให้หญิงที่ยืนต่อคิวอาศัยจังหวะนี้หยิบเงินในตู้ที่ค้างอยู่ แล้วเดินหนีไป นางจิราพร เพชรอๅวุธ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/1 หมู่ 7 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำคลิปกล้องวงจรปิดให้สื่อมวลชนพร้อมกับเปิดเผยว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตนนำเงินจำนวน 20,000 บาท ฝากที่ตู้ฝากเงินอัตโนมัติตู้หนึ่งที่ตั้งอยู่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งใหญ่ แต่ปรากฏว่าตู้ฝากเงินดังกล่าวไม่รับ เนื่องจากธนบัตรของตนอาจไม่สมบูรณ์มีร่องรอยยับ ตนพยายามฝากเงินที่ตู้ดังกล่าวอยู่ประมาณ 2–3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ระหว่างนั้นมีหญิงสาวรายหนึ่งไว้ผมยาวสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีชมพู นุ่งกางเกงขๅยาว สะพายกระเป้าสีน้ำตาล อายุประมาณ 30-40 ปี ยืนรอต่อคิวตนทำรายการอยู่ ด้วยความเกรงใจตนจึงให้หญิงสาวคนดังกล่าวทำรายการที่ตู้ฝากเงินก่อน จากนั้นจึงกดยกเลิกรายการฝากเงินที่ตู้ดังกล่าวพร้อมกับหยิบเงินออกจากช่องฝากเงินโดยที่ไม่ได้นับก่อนจะไปทำธุรกรรมการเงินอื่นที่ตู้อัตโนมัติที่อยู่ติดกัน โดยที่ไม่รู้ว่าเงินที่ตนฝากในตู้จำนวน 20,000 บาท แม้ว่าตนจะทำการยกเลิกฝากแล้ว แต่เงินออกมาไม่หมดและยังค้างอยู่ในตู้อีก 6,000 บาท ปรากฏว่าหญิงสาวดังกล่าวทำรายการต่อจากตนและหยิบเงิน 6,000 บาทของตนที่ค้างอยู่ในช่องฝากเงินใส่กระเป้าโดยที่ไม่แจ้งตน แม้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวจะรู้ว่าเงิน ที่ค้างในตู้เป็นเงินของตน หลังหยิบเงินของตนไปจากช่องฝากเงินแล้ว หญิงสาวดังกล่าวรีบเดินออกจากตู้ฝากเงินทันทีโดยที่ไม่ทำรายการใด ๆ นางจิราพร ผู้เสียหายยอมรับว่าสะเพร่า ไม่ระมัดระวัง ไม่นับเงินให้ครบก่อนออกจากตู้ เพราะรีบเร่งมากเกินไป อย่างไรก็ตามหลังมั่นใจว่าเงินของตนหายไป …

123...14Page 1 of 14