April 21, 2021
Home Tag Archives: ประกาศ

Tag Archives: ประกาศ

แม่ค้ากระบี่ เจ้าของร้านเสื้อผ้า เป็นหนี้ 2 ล้าน ติดป้ายประกาศลดราคาประชด จนกว่านายกจะลาออก

วันนี้เราจะมาติดตามกรณีที่บนโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ภาพร้านขๅยเสื้อผ้าแห่งหนึ่งติดป้ายหน้าร้าน ระบุว่า “ลด! ประชดนายก.. ลด! จนกว่า..ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลาออก.!” โดยเพจ มิตรสหายท่านหนึ่ง ถ่ายส่งมาให้จาก อ.ลำทับ จ.กระบี่ ทำให้ชาวเน็ตแห่เข้าแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ” กลัวจะเจ๊งก่อน เพราะ“ประยุทธ์” คงไม่ออกง่าย ๆ ” บางส่วนก็พากันไปอุดหนุน พร้อมถ่ายภาพคู่ป้าย โดยเรื่องนี้ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่ร้านแห่งนี้ พบ นางเอมอร อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เปิดร้านขๅยเสื้อผ้ามาหลายสิบปีแล้ว สมัยก่อนเกิดสึนามิช่วงนั้นก็ยังขๅยดีมาก และพอมายุค คสช. ที่มาจากการยึดอำนาจเป็นต้นมา ค้าขๅยที่ทำมาก็หดหายไม่ดีเหมือนก่อน จนปัจจุบันทำให้มีหนี้สินที่ต้องกู้ยืมจากธนาคารเป็นเงินกว่า 2 ล้านกว่าบาท ก็ต้องยอม และต้องปลดพนักงานลง เพราะไม่มีกำลังจ้าง “ถ้าเทียบก่อนหน้านั้นจะมีพนักงานประจำร้าน 2-3 คนเป็นประจำ และอีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกระบี่ นั้นคือสระมรกต จะมี รมต. และข้าราชการ แวะมาเยือนบ่อยครั้ง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก็มากำชับให้เอาป้ายลงทุกครั้ง แต่เรายังยืนยันที่จะไม่เอาลง เพราะต้องการสื่อถึงรัฐบาลที่บริหารเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจตกต่ำ สะท้อนการทำงานโดยไม่รับข่าวสารจากภาคประชาชน จึงมีความตั้งใจ …

ใครเป็นหนี้ ไม่ได้จ่าย อ่านด่วน รัฐออกประกาศช่วยเรื่องการชำระหนี้

เมื่อไม่นานมานี้ ทางนางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระหนี้ สร้างความเป็นธรรมในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน และลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงิน ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติที่สำคัญในระบบการเงินของไทยใน 3 เรื่อง คือ 1. การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้บนฐานของ “เงินต้นที่ผิดนัดจริง” เท่านั้u ไม่ให้รวมส่วนของเงินต้นของค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากแนวปฏิบัติเดิมที่หากผิดนัดชำระหนี้เพียงงวดเดียว ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จากฐานเงินต้นคงค้างทั้งหมด ส่งผลให้มูลค่าดอกเบี้ยผิดนัดสูงมาก ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น 2. การกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่ “อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3%” เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาคือ 8% ผู้ให้บริการทางการเงินจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้ไม่เกิน 11% โดยต้องคำนึงถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งต่างจากเดิมที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้เอง เช่น กำหนดตามอัตราดอกเบี้ยสูดสุดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ 15% หรือบางกรณีสูงถึง 18% หรือ 22% ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ (affordability risk) ได้ ดังนั้น การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกหนี้พยายามจ่ายชำระหนี้ ลดโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ และยังช่วยให้ระบบการเงินมีความสมดุลมากขึ้น การฟ้องร้องดำเนินคดีจะลดลง 3. การกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้โดยให้ “ตัดค่างวดที่ค้างชำระนานที่สุดเป็นลำดับแรก” เพื่อให้ลูกหนี้ทราบลำดับการตัดชำระหนี้ที่ชัดเจน …

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกาศขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุม ผิดพลาดฉีดน้ำ พร้อมสั่งห้ามยิงเลเซอร์

วันนี้เราจะมาติดตามกรณีที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากบนโลกออนไลน์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกาศขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุม ผิดพลาดฉีดน้ำใส่ พร้อมสั่งห้ามยิงเลเซอร์เข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ขณะที่การ์ดสั่งถอยร่นมาอยู่หลังแนวกั้น รอแกนนำเจรจา เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 8 พ.ย. 63 บริเวณหน้าศาลฎีกา หลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประมาณ 4-5 นาที และได้หยุดการฉีดน้ำ สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงแกนนำ ที่ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการเจรจา หรือเข้าไปประชิดใด ๆ ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุม ระบุว่า มีการผิดพลาดในการฉีดน้ำ ก่อนที่จะขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ และห้ามยิงเลเซอร์เข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง พร้อมกับมีการเคลื่อนรถน้ำขยับออกไป ขณะที่การ์ดของมวลชน ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมถอยร่นมาอยู่หลังแนวกั้น ห่างจากแนวของเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 เมตร โดยทางแกนนำได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่บริเวณนี้แล้ว โดยผู้ชุมนุมด้านนอก ก็มีการแจกอุปกรณ์ในการป้องกันทั้งน้ำ หมวก ร่ม แว่นตา และเสื้อกันฝน พร้อมกับให้กลุ่มผู้ชุมนุมนั่งลง เพื่อรอฟังจากแกนนำ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ผู้ชุมนุม นำตู้ ปณ. ที่ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนนำจดหมายมาหย่อนข้อเรียกร้อง และให้เดินทางกลับ แหล่งที่มา: thairath เรียบเรียงโดย baansuann.com

พนักงานสาวทนไม่ไหว ประกาศลาออกลั่นห้าง พร้อมแฉเพื่อนร่วมงานยันผู้จัดการยับ

วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เป็นเรื่องราวของ “ซาน่า เรกแลนด์” สาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ เป็นพนักงานของห้างวอลล์มาร์ท ในรัฐเท็กซัส ในแผนก CAP 2 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้าลงจากรถเพื่อนำไปเก็บในสต็อก และบริหารจัดการชั้นวางสินค้า ตลอด 1 ปี 7 เดือนที่เธอทำงานที่นี่ ต้องพบกับปัญหามากมายทั้งจากผู้จัดการและเพื่อนร่วมงาน จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซาน่า ได้ตัดสินใจลาออกจากงาน แต่การลาออกของเธอนั้นได้เลือกใช้วิธีที่โลกต้องจดจำ ด้วยการประกาศผ่านลำโพงของห้าง ระบุว่า… “ทุกคนโปรดฟัง ถึงลูกค้าวอลมาร์ท พนักงาน และผู้จัดการ ฉันชื่อซานะ พนักงานแผนก CAP 2 ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า เฮนรี่เป็นพวกเหยียดสีผิว ตัวเหม็น จิโอวานนาก็เหยียด อีเลียสผู้จัดการก็เป็นคนขี้งก บริษัทนี้ไล่คนผิวสีออกแบบไร้เหตุผล” “ที่นี่ปฏิบัติตัวกับพนักงานอย่างกับสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะ CAP 2 และจิมมี่แผนกกีฬา โจเซฟแผนกแคชเชียร์ และแลร์รี่แผนกจัดสวน พวกคุณมันโคตรสันดานเสีย ฉันหวังว่าพวกคุณจะไม่พูดกับลูกสาวเหมือนที่พวกคุณพูดกับฉัน ฟังนะแอเรียล ฉันรักเธอที่สุด ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้งานที่นี่เมื่อปีที่แล้วตอนที่ฉันต้องการมันมากที่สุด f**kผจก. f**kบริษัท f**kไอ้บอสไอ้ตัวขี้เกียจ ฉันลาออกโว้ยยยยยยย” ซาน่า โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวลง TikTok เพียงข้ามคืนก็มีคนเข้าไปชมมากกว่าล้านวิว และเเชร์ต่อกันออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัลในโซเชียล …

สาวขับรถผ่าน เจอร้านผลไม้ริมถนน ไม่เคยเห็นมีคนขๅย พร้อมเขียนป้ายติดประกาศใช้ใจแลกใจ

วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวที่พูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังสาวผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mingkwan Bonner โพสต์ภาพเหตุการณ์สุดประทับใจลงในกลุ่ม “จังหวัดเชียงใหม่ CM108.com” ขณะที่เธอขับรถไปบริเวณแยกพืชสวนโลก พบร้านขๅยผลไม้ข้างทางที่ไม่มีคนขๅย พร้อมกับมีการเขียนป้ายติดไว้ระบุว่า “จ่ายเงินไว้ หยิบไปได้เลย” ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า “ผ่านบ่อยมากแยกพืชสวนโลก ร้านข้างทางที่เราไม่เคยเห็นคนขๅยเลยค่ะ ผู้ซื้อได้รับความจริงใจ ผู้ขๅยได้รับความซื่อสัตย์ น่ารักค่ะ” หลังจากภาพดังกล่าว ถูกโพสต์ลงในโลกออนไลน์ ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมไอเดียการขๅยของด้วยความจริงใจของทางร้านเป็นจำนวนมา แหล่งที่มา: Mingkwan Bonner เรียบเรียงโดย baansuann.com

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลั่งน้ำตา ถอดเสื้อมูลนิธิ ประกาศลาออก สู้เพื่อสถาบัน จะไม่ยอมปล่อยพวกไม่ดีมาทำลายสถาบัน

วันนี้เราจะมาติดตามกรณีของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลังจากกรณี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 บนโลกออนไลน์มีการเเชร์คลิป บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ กรณีการชุมนุมทางการเมืองใน ขณะนี้ ว่า ไม่ได้ต่อต้านความคิดเด็กที่มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลง นายกฯ ลาออก อันนี้เราไม่ได้ไปต่อต้าน แต่ยอมไม่ได้กับกลุ่มที่จะมาจาบจ้วงสถาบัน ยอมไม่ได้ ของคุณที่เขียนมา 10 ข้อ มันเป็นไปไม่ได้ อย่าคิดท้าทายพลังเงียบ อย่าพยายามแตะต้องพระเจ้าแผ่นดิน ยังมีพลังเงียบอีกหลายสิบล้านคน ที่พร้อมที่จะออกมา อย่าแตะต้อง ด้านเอกพันธ์ กล่าวว่า คุณต้องดูด้วยนะครับว่า เราอยู่ได้เพราะอะไร ทุกวันนี้ประเทศไทยของเราไม่ตกเป็นเมืองขึ้นอาณานิคมของใคร เหมือบรอบ ๆ ประเทศเราที่เป็นเมืองขึ้นกันหมด แต่ประเทศไทย รอดมาเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะพระมหากษัตริย์หรือ และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ไลฟ์สดเปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าว ไลฟ์สดหลั่งน้ำตา ถอดเสื้อมูลนิธิ ประกาศลาออก ต่อสู้เพื่อสถาบัน ลั่นจะไม่ปล่อยพวกชั่วมาทำลายสถาบัน ชมคลิป แหล่งที่มา: บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ …

พ่อค้าร้านไก่ทอด ติดป้ายประกาศ ไม่ขๅยคนจาบจ้วง วันเดียวยอดขๅยพุ่ง

สำหรับการชุมของกลุ่มนักศึกษายังคงเป็นประเด็นร้องแรงในสังคมขณะนี้ ซึ่งเป้าหมายดำเนินการมี 3 เรื่อง รวมไปถึงการรื้อโครงสร้างสถาบันเบื้องสูง หลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินทางกฎหมายกับกลุ่มแกนนำที่พยายามฝ่าฝืน ความร่วมมือในมาตรการรักษาความปลอดภัຍขบวนเสด็จฯ และความชัดเจนในหลายเรื่องว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ดำเนินการรุนแรง ตามที่มีการกล่าวหาจากฝั่งของเครือข่ายม็อบธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุนนั้นได้กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันในโลกโซเชียลนอกจากการไปกดดันให้คนมีชื่อเสียงออกมา call out กดดันรัฐบาลแล้วนั้น ก็ยังมีบรรดาร้านอาหารที่ประกาศไม่ให้ ตำรวจ ทหาร หรือคนที่คิดต่างทางการเมืองเข้ามาใช้บริการที่ร้าน สืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าวนั้น ได้มีร้านไก่ทอดแห่งหนึ่งนั้นได้ประกาศตัวว่า ไม่ขๅยให้คนจาบจ้วงสถาบัน สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ไพศาล สุวรรณชัย ได้โพสต์ภาพไปซื้อไก่ทอดร้านดังกล่าวพร้อมระบุข้อความว่า “ลูกค้า 3 คนซื้อ 6,000 แล้วนักเรียนกำลังจะเลิกจะเอาที่ไหนไปขๅยเด็ก ๆ คับ พอดีคนซื้อบอกให้แจกเด็ก ๆ ไปเลยผมเอาแค่ 6 น่อง สาธุ คับ จะแวะมาให้กำลังใจก็ยินดีคับ แต่หมดแล้วนะคับ” ขๅยหมดเกลี้ยงเลย แหล่งที่มา: ไพศาล สุวรรณชัย เรียบเรียงโดย baansuann.com

“คุณบูม” เจ้าของน้องตูบหมูทะ ประกาศตามหาลุงน้ำใจงาม เก็บสร้อยทองคืนเจ้าของ

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ หลังจากกรณีเพจ สถานีตำรวจภูธรวังม่วง จ.สระบุรี ได้โพสต์เรื่องราวชวนประทับใจของชายเร่ร่อนจิตใจดีคนหนึ่งที่เก็บสร้อยพระเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเจ้าของสร้อยที่หายจริง จึงได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และได้ส่งมอบแก่เจ้าของ สร้างความดีใจ ประทับใจให้กับนางสุกัญญา ฯ ที่ได้ทรัพย์สินคืน ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Yutthaphum Kaewekhem หรือก็คือคุณบูมซึ่งเป็นที่รู้จักกันในโซเชียลจากคลิปเมาอุ้มสุนัขกลับบ้าน และสุดท้ายได้รับเลี้ยงมันพร้อมตั้งชื่อให้ว่าเจ้าหมูทะ ซึ่งมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก คุณบูมได้ทราบเรื่องราวของคุณลุงและได้ประกาศตามหาตัวอยากตอบแทนความมีน้ำใจของคุณลุง ระบุ “ใครที่สามารถ ติดต่อ พลเมืองดีคนดีได้มั้งคะ หรือขอที่อยู่ก็ได้ บูมอยาก ตอบแทนความมีน้ำใจของคุณลุงเค้า ตอบมาในเม้นหรือในอินบล็อกก็ได้นะคะ ” ชาวเน็ตแห่ชี้เป้า “ปกติจะเห็นลุงแค่วันที่มีตลาดนัดคลองถม(วันพุธเย็น)ค่ะเหมือนมีตลาดที่ไหนลุงก็จะไปที่นั้นอ่าแบบใกล้ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนะคะ ได้เรื่องยังไง จะมาบอกให้ทราบค่ะ” “ลองติดต่อที่ สน.ที่รับเรื่องลองสอบถามเค้าดู ว่าลุงเค้าอยู่แถวไหน” นอกจากนี้ยังมีคนดังอีกคนที่อยากร่วมสมทบช่วยเหลือคุณลุงก็คือคุณปุ้มปุ้ย พรรณทิพา นั่นเอง ชาวเน็ตยังคงช่วยตามหาตัวคุณลุงให้กับทั้งคู่ และหากมีรายงานความคืบหน้าจะทำการรายงานให้ทราบกันต่อไป แหล่งที่มา: Yutthaphum Kaewekhem เรียบเรียงโดย baansuann.com

เจ้าของร้านนวด ประกาศปิดกิจการ หลังแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว เพราะเจอวิกฤตหนัก

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาติดตามกรณี เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2563 เจ้าของร้านนวดแผนโบราณหาดใหญ่ ประกาศขๅยหนีโควิดเอาชีวิตรอด เผยสู้ไม่ไหวแล้ว จากรายได้วันเป็นหมื่น วิกฤตโควิดเหลือวันละ 100 บาท ต้องปิดถาวร ซึ่งทางผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการรายย่อยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลายรายเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ถึงขั้นประกาศขๅยกิจการหนีโควิด-19 โดย นางธัญญรัตณ์ โตสารเดช ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งมาประกอบอาชีพเปิดร้านนวดแผนโบราณและนวดฝ่าเท้า ถนนเสน่หานุสรณ์ เป็นย่านการท่องเที่ยวใจกลางเมืองหาดใหญ่ ต้องขึ้นป้ายประกาศขๅยบ้านหนีโควิด เป็นตึกแถว 4 ชั้น 6 ห้องนอน ตั้งอยู่เลขที่ 41 ถนนตันรัตนากร อ.หาดใหญ่ ในราคา 9 ล้านบาท นางธัญญรัตน์ กล่าวว่า ตนต้องประกาศขๅยบ้านและปิดกิจการถาวร เนื่องจากสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงต้องประกาศขๅยบ้านเพื่อนำเงินมาสำรอง ไว้ใช้จ่ายแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในไทยและมาเลเซียจะกลับมาปกติอีกนานแค่ไหน นางธัญญรัตน์  เจ้าของร้านนวดยังบอกอีกว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด-19 และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร้านนวดจะมีรายได้นับ 10,000 บาทต่อวัน แต่หลังจากโควิด-19 …

คุณลุงร่างกายไม่สมบูรณ์ เก็บสร้อยทองส่งให้ตำรวจ ประกาศตามหาเจ้าของ

วันนี้เราขอนำเสนออีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก หลังบนโลกออนไลน์ ได้มีเพจ สถานีตำรวจภูธรวังม่วง จ.สระบุรี ได้มีการลงเรื่องราวระบุว่า วันนี้ 11 ต.ค.2563 ได้มีพลเมืองดีได้เก็บสร้อยทองพร้อมพระเลี่ยมทอง 1 เส้น จึงได้มอบให้ จนท.ตำรวจเพื่อประกาศหาเจ้าของ ต่อมาเวลา 10.00 น. ได้มี นางสุกัญญา คิวขุนทด มาที่ สภ.วังม่วง ได้นำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน แสดงเพื่อติดต่อขอรับสร้อยทองพร้อมพระเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเจ้าของสร้อยที่หายจริง จึงได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และได้ส่งมอบแก่เจ้าของ สร้างความดีใจ ประทับใจให้กับนางสุกัญญา ฯ ที่ได้ทรัพย์สินคืน ทั้งนี้ มีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเม้นท์ว่า เคยพบเห็นพลเมืองดีรายนี้ ซึ่งคนที่มีจิตใจดี แหล่งที่มา: สถานีตำรวจภูธรวังม่วง จ.สระบุรี เรียบเรียงโดย baansuann.com

123...6Page 1 of 6