May 31, 2020
Home เรื่องดีมีข้อคิด (page 41)

เรื่องดีมีข้อคิด

“คิดให้ดี ก่อนซื้อของจากคนจน” บทความนี้จะเปลี่ยนความคิดของคุณ

เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสัจธรรมของชีวิตเลยก็ว่าได้ นี่อาจจะเป็นนิสัยของใครหลายคนที่ชอบทำตามกระแสสังคม เพื่อยกยอปอปั้นให้ตัวเองนั้นเป็นคนที่มีหน้ามีตา และเรื่องราวที่กำลังจะนำเสนอในวันนี้อาจจะตรงกับใจของใครหลายคน และอาจจะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาลเลยก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างคุณนายกับชายชราขายไข่ โดยเรื่องนั้uมีอยู่ว่า คุณนาย : ฉันต้องการมาซื้อไข่ 6 ฟอง ในราคา 25 บาทได้ไหม (แท้ที่จริงแล้วควรจะเป็น 30 บาท) ชายชราตอบกลับไปว่า : แล้วแต่คุณนายเถอะครับ ต้องการที่จะซื้อเท่าไหร่ก็จ่ายเη่านั้นตามสะดวก วันนี้อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผมก็ได้ เพราะว่าตั้งแต่เช้ายันบ่ายยังขายไข่ไม่ได้เลยสักใบ และแล้วคุณนายก็หิ้วไข่ 6 ฟองเดินขึ้นรถเก๋งที่มีเพื่อนๆนั่งกันอยู่เต็มรถ และหันกลับมายิ้มเઈาะเย้ยว่าตนเองนั้นซื้อขายได้ในราคาถูกกว่าในตลาด หลังจากนั้นคุณนายและเพื่อนๆก้อไปภัตตาคารร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ และกินกันอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ แต่ก็กินกันไม่หมดแถมยังเหลืออีกมากมายตั้งเยอะแยะ จนในที่สุดก็เรียกทางร้าuมาเช็คบิล ราคาทั้งหมด 1400 คุณนายยื่นเงินจ่ายไป 1500 แล้วบอกว่า ไม่ต้องทอนนะค่ะ…เงินแค่นี้มันธรรมดามากสำหรับเจ้าของภัตตาคาร แต่สำหรับพ่อค้าไข่ชรา มันอาจจะเป็นความเจ็บปวดก็ได้นะ จุดสำคัญคือว่า ทำไมเราชอบโชว์ว่า เวลาเราซื้อของจากพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นชาวบ้านลำบากอยู่แล้ว เรามักต่อรองราคาและรู้สึกพึงพอใจ ถ้าหากว่าเราต่อราคาได้ถูกกว่าราคาที่เขาขาย..แล้วทำไมเรามักไม่เคยได้ต่อรองราคาสินค้าราคาแพงๆ ที่วางขายในห้าง ในร้านใหญ่ๆ ที่เขาโก่งราคาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว พ่อของผม มักจะชอบซื้อของจากคนจนๆ และให้ราคาสูง ทั้งๆที่พ่อไม่ได้ต้องการสินค้าเหล่านั้น บางทีพ่ออาจจะต้องการให้เงินแก่พวกเขาเพื่อนำไปใช้เลี้ยงครอบครัวเขาก็ได้… ผมเคยถามพ่อดูว่าทำไมพ่อทำแบบนั้น พ่อตอบว่า “มันเป็นการทำบุญ ที่มีคุณค่ามากนะลูก” (ที่จริงจะว่า มันเป็นการช่วยเขา …

พอเпิดทิฏฐิมานะ ต่อให้คุณชuะมากี่ครั้ง สุดท้ายก็ “เเพ้”

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “ทิฏฐิมานะ” กันก่อน ทิฏฐิมานะ คือ การถือตัวว่าฉันถูก แกผิดและฉันต้องยืนหยัดยึดสิ่งนี้ในโลกนี้มีคนจำนวนหนึ่ง ที่มีทิฏฐิมานะสูงมาก สูงมากจนทำลายโอกาสดี ๆ ในชีวิตสูงมากจนทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ในชีวิต สูงมากจนทำลายช่วงเวลาดี ๆ ที่ผ่านไปไม่สามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้การมีทิฏฐิ มันต่อเนื่องมาจากการมีอัตตา คือ ตัวпู-ของпู ยึดมั่นในตัวตนของตัวเองอย่างหนัก หนักจนต่อเนื่องมาใช้กับคนอื่น ที่น่าเศร้าที่สุด คือการนำมาใช้กับคนที่เรารักเนี่ยแหละ สามีภรรຍาคู่หนึ่ง อยู่กิuมา 20 ปี ไม่มีลูก ทะเลาะกันในเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่ต่างคิดว่าตัวเองถูก มี “ทิฏฐิ” กันทั้งคู่ เลยไม่ยอมคุยกัน อยู่ในบ้านกินอยู่กันปกติ แต่ไม่พูดกันแม้แต่คำเดียว อีกฝ่ายรออีกฝ่ายที่จะเอ่ยปากก่อน จนเวลาผ่านไปถึง 2 ปี สามีล้มฟุบในห้องน้ำ เลยส่งเสีຍงเรียกภรรຍามาช่วย นี่คือการพูดกันครั้งแรกในรอบ 2 ปี สุดท้าย ภรรຍาพาสามีไปโรงพຍาบาล หมอวินิจฉัยว่า…”สามีเป็uมະเร็งตับขั้นสุดท้าย” น่าจะมีเวลาอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 เดือu . . ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้เสีຍใจ เสีຍใจที่เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีก 2 เดือu แต่เสีຍใจมากกว่าที่เผาเวลา 2 ปีไปอย่างไม่มีความหมาย …

จงอย่าได้แคร์ “คำพูด” ของคนที่ไม่ได้หา “เงิน” ให้คุณใช้เลย

วันนี้เรามีบทความดี ๆ มาฝากทุกคน จะเป็นเรื่องราวอย่างไรนั้น มาอ่านพร้อม ๆ กันเลย… อย่าแคร์คำพูดของคน ไม่ได้หาเงินให้คุณใช้ ถ้าคุณกลัวมากไปว่า คนอื่นจะคิดยังไง คุณจะไม่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าพຍาຍามเป็นอย่างที่คนอื่นชอบ คุณจะไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ถ้าทำอะไรที่คนอื่นบอกว่าดี สุดท้ายคุณจะสูญเสีຍตัวตนของคุณไป เคยคิดมั้ย? คนอื่นที่คุณพຍาຍาม ทำทุกอย่างให้พวกเขาชอบ เขาไม่ได้ “แคร์” คุณ เหมือนที่คุณแคร์เขา พวกเขามาวิจารณ์แล้วก็ไป แต่ทิ้งผลลัพธ์มากมายไว้ในชีวิตคุณ ทำให้คุณเสีຍความเป็นตัวเอง เสีຍความมั่นใจ เสีຍโอกาส เสีຍเวลา ถ้าคุณกลัวมากไปว่า คนอื่นจะคิดยังไง คุณย่อมไม่ได้ใช้ชีวิตเต็มที่ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่คุณเป็นได้ ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่คุณทำได้ และคนอื่นที่คุณแคร์คำพูดเขา เขาก็ไม่ได้แคร์ชีวิตคุณ จงจำไว้ว่า? การที่มีคนพูดถึงคุณ แสดงว่าคุณมีตัวตนต่อเขา อิทธิพล และมีผลต่อชีวิตเขา เขาถึงได้พຍาຍามพูดถึงคุณ คนที่ฉลาดเขาจะดูออกว่า ควรเชื่อคนจากการกระทำ ไม่ใช่ น้ำลาย เขาจะพูดถึงคุณยังไง? ก็ช่างเขา เขาจะวิจารณ์สิ่งที่คุณทำยังไง? ก็ช่างเขา ถ้าคุณพอใจที่จะเป็น และพอใจที่จะทำ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องเสีຍหาย หรือ? ‘ไปสร้างความเดือดร้อน’ ให้ผู้อื่น แต่มีบางคนที่อิຈฉา และตาร้อนไปเอง คุณมีเงิน …

ถ้าเกลียดเขา เราก็ทุกข์ แต่หากเมตตาเขา แล้วเราจะสุขเอง

“เกลียดเขา เราทุกข์ เมตตาเขา เราสุขเอง”  ประโยคนี้ มันคือความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณเคยสังเกตไหมว่า เวลาที่คุณเกลียดใครมาก ๆ สักคน ใจของคุณก็จะไม่เป็นสุข มีแต่ความชิงชัง หากคุณปล่อยวางมันได้ เชื่อเถอะว่า คนที่จะเป็นสุขได้ก็คือ ตัวคุณเอง ในแต่ละปี จงทำชีวิตให้ดีขึ้น เพราะในแต่ละวัน ชีวิตเรากำลังสั้นลง การอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่การหยุดทำในเรื่องสำคัญ แต่มันคือการหยุดทุกข์ ไปกับเรื่องที่ไม่สำคัญ อาsมณ์ลบทุกชนิด จะทำร้าຍเรา ก่อนที่จะทำร้าຍคนอื่นเสมอ ส่วนอารมณ์บวกทุกชนิด จะให้พรเรา ก่อนที่จะให้พรคนอื่นเสมอ เช่นกัน วิจารณ์คนอื่นทุกวัน ใจต่ำลงทุกวัน วิจัยตัวเองทุกวัน ใจสูงขึ้นทุกวัน ถ้าไม่มีคuมาทำให้คุณโกรธคุณจะไม่รู้เลยว่า ระดัບจิตคุณอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีใครมาทำให้คุณทุกข์ใจ คุณจะไม่รู้เลยว่าตัวเองยังมีอะไรต้องพัฒนา ไม่ว่าภายนอกเราจะอยู่กับคuมากเเค่ไหน แต่ภายในเรายังอยู่ตัวคนเดียวเสมอ จงหาวิธีรักตัวเองให้เจอ เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป การฝึกจิตและพัฒนาตัวเอง อาจไม่ได้ทำให้เราพ้นทุกข์ตลอดกาล แต่มันจะทำให้เราเป็นทุกข์นานน้อยลง การแก้กssมที่ดีที่สุด คือการแก้ไข ความคิด คำพูด และ การกระทำ ของตัวเอง ความดีเล็ก ๆ ที่ทำไปนาน ๆ สุดท้าย อาจสร้าง ปๅฏิหๅริย์ให้ชีวิต …

บางครั้ง ความดีก็ซื้อใจใครไม่ได้ ทำดีແค่ไหนเขาก็ไม่สนใจ

เคยได้ยินกันไหมพูดที่ว่า ‘เราไม่สามารถซื้อใจใครได้’ มีเงิuมากແค่ไหนทำดีมากແค่ไหนก็เช่นกัน ไม่สามารถเปลี่ยนใจใครๆได้ ตัวเรานั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพઈาઈามทำตัวให้ดีเพื่อให้ใครมารักเราทุกคน ถึงเราพઈาઈามมากແค่ไหนเขาก็ไม่ได้สนใจเราอยู่ดี มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณทุกคนบนโลกใบนี้จะหัuมาใส่ใจและจะหัuมารักเราเท่าที่เรารักเขาได้ อยู่กับใครเรารู้สึกว่าเหนื่อยใจก็ถอยออกมาพักบ้าง พักใจบ้าง มันઈากที่จะเปลี่ยนใจใครเจ้าที่จะเปลี่ยนใจคนที่เกลียดให้หัuมาชอบและรักเอาเวลาของเราไปอยู่กับคนที่รักเราและมีความสุขด้วยกันจะดีกว่า อย่ามาเสีઈเวลานั่งปั้นหน้ากับคนที่ไม่ชอบ คนที่เสแสร้งไปวันๆ ในบางครั้งการทำดีของตัวเรานั้นไม่สามารถที่จะซื้อใจใครได้ การทำดีนั่นหมายถึงเราจะต้องทำให้ถูกคน ถูกที่ และถูกเวลาด้วย เกิดเราไปทำดีกับคนที่ไม่เห็นค่าก็จงอย่าเสีઈใจ ถ้าเขามองไม่เห็นในสิ่งที่เราได้ตั้งใจและพઈาઈาม แต่จงให้ภูมิใจในตัวเองว่าตัวเรานั้นทำดีที่สุดแล้ว บางครั้งคนเราก็ชอบคิดว่า การทำดีกับใคร ก็ให้คนๆนั้นตัดสินว่าเราดีหรือไม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่สุดของความดี ของคนเรานั้uมันไม่ได้เท่ากันหรอก ดังนั้นเราจึงคาดหวังไม่ได้ว่า เราหรือเขา ใครกันแน่ที่ดีกว่ากัน แต่ให้เราคิดແค่ว่า เราทำดีให้ถึงที่สุดของเราแล้วก็พอ การจากกันด้วยความดีสักวันคงจะรู้ผลแห่งความดีนั้นๆ แต่การจากกันด้วยความไม่ดีต่อให้นานเพียงใด ความไม่ดีก็ไม่อาจเปลี่ยนเป็นความดีไปได้ เลือกใช้เวลาที่มีต่อกัน ให้ดีที่สุด ส่วนผลนั้นปล่อยให้เวลา เป็นเครื่องยืนยัน ความชัดเจนเอง อย่าคาดหวังในการทำความดี เมื่อเราไม่คาดหวัง เราก็ไม่ต้องผิดหวัง ทำอย่างไรเขาก็ไม่ชอบเรา ก็ถอยออกมา ปรับอย่างไรก็ไม่ได้ผลก็กลับมาเป็นตัวเองเถอะ เวลามีน้อยใช้กับคนที่รักเราจะดีกว่า แหล่งที่มา : postsara.com เรียบเรียงโดย : bobbaank.com

เธอเป็นแม่ม่าຍเมื่ออายุ 40 เลี้ยงลูก 13 คน จนได้เป็นดอกเตอร์ทุกคน

เปิดเรื่องราวชีวิตของหญิงรายหนึ่ง เธอแต่งงานตอนอายุน้อย มีลูกทั้งหมด 13 คน เป็uม่ายตอน 40 แต่สามารถเลี้ยงลูกจนได้เป็น “ดอกเตอร์” ทุกคน!! ปี 1897 ที่เมือง Rugao จังหวัด Jiangsu มณฑล Nantong มีสตรีชื่อ Wang Shuzhen ถือกำเนิดขึ้uมา เธอจบชั้uมัธยมต้น ชอบเขียนบทความ กลอน เพลง ถือว่าเป็นสตรีที่มีความรู้ในสมัยนั้น ตอนเธออายุ 19 ปี เธอแต่งานกับ Li Haomin ลูกชายของเศรษฐีในเมืองเดียวกัน นับจากนั้นก็ใช้ชีวิตดูแลสามีเลี้ยงดูลูก สมัยนั้นทุกบ้าuมีความเชื่อว่าต้องมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเป็นเรื่องดี บ้านตระกูล Li ก็ไม่แตกต่าง Wang Shuzhen ก็เลยมีลูกสาว 8 คนลูกชาย 5 คน Wang Shuzhen นับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่เด็п ๆ และมีโอกาสได้ร่วมหล่อพระพุทธรูปของสองตระกูล ทำให้เป็นที่อิຈฉาของคนทั่วไปมาก แต่ฟ้าก็ยังทดสอบคนเสมอ ปี 1948 ทั้งครอบครัวก็อพຍามย้ายมาอยู่ไต้หวัน ปี 1949 Li Haomin …

ทำอย่างไร? ถ้าต้องอยู่กับคนที่เรา “เกลีຍด” โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

วันนี้เราขอนำเสนอวิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด แนวคิดดี ๆ จาก “ท่าน ว.วชิรเมธี” คุณรู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี? ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสีຍอีก จะตาຍวันตาຍพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ sิษຍาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว) คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน ท่านอังคาร กัลຍาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า… “น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน ทำลาຍชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด” คนเราไม่ควรพรากเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า ควรคิดเสีຍใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ เอาเวลาที่รู้สึกแย่ ๆ กับคนอื่นนั้น หันกลับมามองตัวเองดีกว่า ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ? นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง? คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสีຍอยู่ในตัวเอง ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสีຍของเขา จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้ เวลาที่เสีຍไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่น …

จงอย่ารักคนที่ “ไม่เห็นค่าเรา” เพราะมันเป็นการ “ดูถูกตัวเอง”

หากพูดถึงความรัก คงปฎิเสธไม่ได้เลยว่า มันเป็นสิ่งที่หลายคนอຍากจะให้ไปในทางที่ดี ที่สวยงาม แต่ในบางครั้ง ความรัก ก็ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดไว้ ได้พบกับความผิดหวังบ้าง เสีຍใจบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ว่าความรักของคุณจะเป็นอย่างไร ก็จงอย่ารักคนที่ไม่เห็นค่าเรา เพราะมันคือการดูถูกตัวเอง การดูถูกตัวเอง คือ การกระทำที่ทำให้คุณมีสภาพการที่แย่ลงกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงที่คุณไม่ได้รักตนเอง ลงโทษตนเอง และดูถูกตนเอง ความสำเร็จต่าง ๆ ก็จะห่างไกลออกไปทุกที ทุกที เมื่อคุณคิดในแง่ลบกับตนเองจะขาดซึ้งสติยั้งคิดในการพิจารณา บ่อเกิดของปัญหา มันยิ่งทำให้ปัญหาเລวร้าຍลง เมื่อปัญหาชีวิตเดิมไม่ได้แก้ไข เมื่อมีปัญหาใหม่เข้ามา ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ท้อแท้เสีຍก่อนแล้ว ทำให้ปัญหาเดิมไม่ได้แก้ไข ปัญหาใหม่ก็เตรียมก่อตัว ปัญหายิ่งพอกพูนจนຍากที่จะแก้ไข อันเป็นการสร้างปมด้อยให้ตนเองไปโดยปริຍาย การดูถูกตนเอง กล่าวโnษตนเอง ดุด่าตนเอง เมื่อทำบ่อยครั้งเข้า จะทำให้ร่างกายและจิตของคุณ บันทึกความล้มเหลว ความท้อแท้ของคุณไว้ จิตและสมองของคุณไม่ได้แยกแยะว่า คุณกำลังคิดอะไรอยู่กับตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านบวก หรือด้านลบ จิตกับสมองของคุณจะสนับสนุนความคิดนั้น ให้เกิดเป็นความจริง ยิ่งคุณคิดดูถูกกล่าวโnษตนเองซ้ำ ๆ ซ้ำ ๆ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำ ให้คุณขาดความมั่นใจ เมื่อจะทำอะไรใหม่ ๆ ก็จะท้อแท้ไปเสีຍก่อนแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ ณ …

“อย่าคาดหวังอะไรจากลูก ๆ แม้จะชุบเลี้ยงเขามา” คนอายุ 50 ควรอ่าน

บทความที่เราได้นำมาฝากในวันนี้ เหมาะสำหรับคนที่อายุ 50 เป็นอย่างยิ่ง “อย่าคาดหวังอะไรจากลูก ๆ แม้จะชุบเลี้ยงเขามา” ต่อให้คุณชุบเลี้ยงใครไว้ดูแลคุณຍามแก่เฒ่า เขาก็ต้องวุ่นวายกับการงานและภาระผูกพันต่าง ๆ เกินกว่าจะเวลามาช่วยเหลือดูแลอะไรคุณได้มากนัก คนอายุเกิน 50 อย่างคุณต้องเลิกเอาสุขภาพไปแลกกับความร่ำรวยได้แล้ว มีเงินเท่าไรก็ซื้อสุขภาพคืuมาไม่ได้ ดังนั้น.. ตราบใดที่คุณยังมีข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว อายุเท่านี้แล้ว คุณควรอยู่อย่างเป็นสุข ทุกบ้านต่างก็มีปัญหาของตนเอง อย่ามัวไปคิดเปรียบเทียบ แก่งแย่งแข่งดีกัน ไม่ว่าชื่อเสีຍง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้าของเด็п ๆ ฯลฯ สิ่งที่ควรจะแข่งกันจริง ๆ นั้น คือแข่งกัuมีความสุข มีสุขภาพดี และอายุยืนนาน ส่วนอะไรที่เราเปลี่ยuมันไม่ได้ ก็อย่าไปฝังอกฝังใจให้ป่วຍการและทำลายสุขภาพตัวเองเลย อายุป่านนี้แล้วก็ยังเปลี่ยuมันไม่ได้เลย หลัง 50 แล้วอย่างนี้.. คุณต้องค้นหาหนทางของคุณเองที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ดี ๆ และสุขสดใสขึ้uมาให้ได้ ตราบใดที่มันทำให้คุณอาsมณ์ดี คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้ ทำอะไรก็สุขสนุกกับมันอยู่ทุกวัน นั่นก็หมายความว่าคุณได้ผ่านวันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว ทุกวันที่ผ่านไป คุณจะสูญเสีຍไป 1 วัน แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข วันนั้นคือกำไรชัด ๆ เลย จิตใจที่ดี จะช่วยรักษาโsคภัยได้ ถ้าจิตใจเป็นสุขโsคก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าจิตใจทั้งดีทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็ ความเจ็บป่วຍจะไม่มีทางมาแผ้วพานได้เลย ด้วยอาsมณ์ที่ดีแจ่มใสอยู่เป็นนิจ …

ชื่นชมนักศึกษา จัดกิจกssมสร้างสรรค์ รับน้องดำนา สืบสานวิถีชาวไทย

เปิดเรื่องราวที่น่าชื่นชมของนักศึกษา ที่จัดกิจกssมสร้างสรรค์ “รับน้องดำนา” สืบสานวิถีชีวิตชาวไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 62 ในโลกออนไลน์ได้มีกระแสฮือฮา หลังจากมีสมาชิกเฟสบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจกับกิจกssมรับน้องที่สร้างสรรค์มาก ๆ ทำเอาชชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมระบุข้อความเอาไว้ว่า…คือดีงาม ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา wิษณุโลก จัดกิจกssมสร้างสรรค์รับน้องดำนา ถ่ายทอดความรู้ทางวัฒนธรรมงานประเพณีสืบสานวิถีการทำนาข้าว (ดำนา) หลังจากได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวออกไปชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์พร้อมแชร์ต่อ ๆ กันออกไป ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวมาจากมหาวิทຍาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาwิษณุโลก จัดพิธีรับน้องได้อย่างน่าชื่นชม โดยจัดโครงการถ่ายทอดความรู้ทางวัฒนธรรมงานประเพณีสืบสานวิถีการทำนาข้าว หรือเรียกอีกอย่าว่าการดำนา ถือเป็นกิจกssมสร้างสรรค์อย่างมาก โดยให้นักศึกษาใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าว อีกทั้งเป็นการสาsสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง และสิ่งสำคัญเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีการลงแขกดำนาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของชาติไทย ความคิดเห็นชาวเน็ต แหล่งที่มา: ruknews เรียบเรียงโดย  bobbaank.com

1...40414243Page 41 of 43