May 31, 2020
Home เรื่องดีมีข้อคิด (page 2)

เรื่องดีมีข้อคิด

อย่าวัดกันที่ “โสด-ไม่โสด” แต่ให้ดูที่กันที่ ใครมีความสุข หรือไม่มีความสุข มากกว่ากัน

เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ยิ่งโสดนาน คุณจะกลายเป็นคนที่รักคนยาก ส่วนหนึ่งเพราะ ไม่อยากเจ็บ หรือไม่อยากทุกข์ เพราะใครอีก อีกส่วนมาจาก การยิ่งใช้ชีวิต คนเดียวไปนาน ๆ แล้วสามารถมีความสุขได้ คุณอาจมีความเหงาได้บ้าง อยากมีใครให้อ้อนบ้าง อยากมีใครให้ซบไหล่บ้าง อยากมีให้ใคร กุมมือกันเดิน เคียงข้างกันบ้าง แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่อยากเสียนํ้าตา เพราะใครอีก ถ้าไม่อยากเจ็บเพราะใครอีก เราสามารถทำได้ด้วย การทำตัวเป็นแม่เหล็ก ดึงดูดคู่บุญเข้ามา ด้วยการคิดดี ทำดี พูดดี สั่งสมบุญไปเรื่อย ๆ บุญนั้น สามารถทำให้เรา กลายเป็นคนที่มีความสุข อยู่กับตัวเองได้ กระแสของความสุขเย็นจากใจเรา ย่อมดึงดูดคนเย็น ๆ เข้ามาสร้างความสุขร่วมกัน ต่างจากกระแส ของคนโสด ที่ไม่มีความสุข จิตใจแห้งแล้ง ที่รอการเติมเต็ม จากคนอื่น จึงมักดึงดูดคนที่มีความขาด เข้ามาเหมือนกันมากกว่า สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะพบคนรัก ที่ดีหรือไม่ คุณก็ต้องอยู่กับตัวเองอยู่ดี ดังนั้น อย่าวัดกันที่โสด หรือไม่โสด แต่ให้ดูที่สุข หรือไม่สุขมากกว่ากัน สำหรับคนที่มีคู่ การมีความรักที่ดี ควรเป็นไปในทาง …

จงอย่าเป็นมือที่สาม อย่าทอดสะพาน เพื่อทำความรู้จักกับ “คู่รัก” ของคนอื่น

วันนี้เรามีบทความที่ให้ข้อคิดดี ๆ มาให้ทุกคนได้อ่านกัน!! กรรมของมือที่สาม ? บางคนรู้ทั้งรู้ก็ยังยอมเป็นน้อย นั่นเขาเรียกกรรมหนัก ตัดไม่ขาด เลิกไม่ได้เพราะหักห้ามใจไม่ได้ คิดว่าตัวเองรักและขาดเขาไม่ได้ ขณะที่ตัวเองยังเสีย วซ่า นกับความสุข สนุกที่แย่งมาได้สำเร็จ ก็ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้หญิง/ผู้ชายอีกคนที่ข่ มขื่ น ทุกข์ทรมานปางตา ย เหล่านี้เรียกผลของกรรมเก่าจากหลาย ๆ ชาติภพที่เราอาจไปแย้งเขามาแล้วเขาตามมาเอาคืน จองเวรไม่จบไม่สิ้น ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ฟากชาติภพหน้าไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราอีก จงตัดกรรมเสีย อโหสิกรรม อย่าจองเวร โกรธแค้น สาบแช่งอีกฝ่ายอีกเลย ยกให้เป็นอภัยทานแด่องค์พระพุทธเจ้า และปวารณาตนยึดมั่นในศีลข้อสามอย่างหนัก วันนี้อาจจะยังทำใจไม่ได้ สักวันก็จะดีขึ้น ขณะเดียวกันมือที่สามที่แย้งไปได้สำเร็จนั้น ทุกคู่มักมีความสุข สนุกแค่ชั่วคราว ไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะไม่ถูกแย้งไปอีก บางคู่อยู่กันจนแก่เฒ่าก็มีเพราะผลของเวรกรรมที่ต่างฝ่ายต่างต้องชดใช้กรรมต่อกัน เหล่านี้มักจะไม่สุขหรอกมีแต่เรื่องให้ทะเลาะกันบ่อยครั้งแต่ก็ตัดขาดไม่ได้เพราะกรรมยังเชื่อมโยงกันอยู่ ทำไมผู้หญิง/ผู้ชายบางคนถึงกล้าที่จะแย้งคนรักหรือภรรยา/สามีคนอื่น ๆ ได้ลงคอนั้น มักเป็นบุคคลที่ถูกทิ้งบ่อย ๆ หาคนจริงใจไม่ได้ มักจะมีสามีหลายคน เป็นบุคคลประเภทโหยหาความรัก ชอบให้คนที่ตัวเองพึ่งใจเอาใจใส่ แม้เขาหรือเธอเหล่านั้นจะมีคู่แล้วก็ไม่สนใจ ผู้หญิง/ผู้ชายแบบนี้ลึก ๆ แล้วเป็นคนใจบาป กรรมหนักจะส่งผลให้ หาคนที่รักจริงไม่ได้ ส่วนใหญ่ที่เขามามักจะตักตวงเอาแต่ความสุขและจากไป หากยังหลงมัวเม าอยู่กับความสนุกเพียงชั่วครู่ บั้นปลายชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับศ พเดินได้ …

เปิด 10 ประโยคบอกเลิก แบบไร้เยื่อใย ที่ทำให้รู้สึกเจ็บที่สุด

เราทราบกันดีว่า “ความรัก” เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ และเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะได้รับมัน แต่เมื่อได้รับแล้ว หลายคู่ไม่เป็นดังที่หวังไว้ มีทะเลาะกันบ้าง ประครองกันรอดบ้าง แต่สำหรับบางคู่คบกันมานานแค่ไหนก็ต้องเลิกกัน จะบอกว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว หรือเป็นเพราะตัวบุคคลเอง ก็ไม่แน่ใจ วันนี้เราจึงนำประโยค บอกเลิกที่เจ็บที่สุดมาเเชร์กัน โดยเราเลือกมาให้ดูดังนี้ ซึ่งเป็นการเเชร์จากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่ง ไปดูกันประโยคไหนเจ็บบ้าง 1. ก็อยากให้อยู่ด้วยนะ เเต่เธออยู่ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้นะ ขอโทษด้วย 2. ฉันไม่มีความรู้สึกทางเพศกับเธออีกเเล้ว รู้สึกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ๆ คนนึง เป็นเหมือนญาติพี่น้อง ถ้าเธอเจอคนที่ดีกว่าฉัน ฉันก็ยินดีด้วย 3. ฉันทำให้เธอเป็นทุกข์ ไม่สามารถดูแลเธอได้ อยากให้เธอไปเจอคนอื่นที่เหมาะกับเธอมากกว่าฉัน บางทีคนดีบางคน เหมาะจะเป็นเพื่อน มากกว่าเป็นแฟน 4. ฉันอยากอยู๋คนเดียว เราลองห่างกันสักพักไหม สักปีนึง เเต่ก็นั่นเเระ มันไม่แฟร์กับเธอไง ฉันเลยว่าเราเลิกกันไปก่อนดีกว่า 5. การที่ฉันคบกับเธอ มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องแต่งงานกับเธอนะ เธอก็แค่มีคะแนนมากกว่าผู้หญิงคนอื่นเฉย ๆ 6. ฉันหมดรักเธอตั้งเเต่ 3 ปี ที่เเล้วเเล้ว เพราะฉันรับนิสัยเธอเวลาเธอโมโหไม่ได้ หลัง ๆ ฉันพยายามทำตัวละเลย จนทะเลาะกับเธอบ่อย ๆ …

เคยเป็นกันไหม คบเหมือนไม่ได้คบ รักเหมือนไม่ได้รัก เพราะใช้ชีวิตได้ด้วยตัวคนเดียว

เพื่อนเคยเป็นกันไหม คบเหมือนไม่ได้คบ รักเหมือนไม่ได้รัก เพราะใช้ชีวิตในแต่ละวัน ด้วยตัวคนเดียว วันแรกที่ “ตกลงเป็นแฟนกัน” อาจหมายถึงวันแรกที่มีคนใดคนหนึ่ง “คาดหวัง” จากความรัก ไม่ว่าจะคาดหวัง “มาก” หรือ “น้อย” ถ้าผิดหวังขึ้นมาก็เจ็บเหมือนกันหมด บางคนหวังว่าจากนี้ไป ชีวิตที่เคยโดดเดี่ยว จะถูกเติมเต็มด้วยความรักที่แสนอบอุ่น พอมีแฟนก็จะได้ทำในสิ่งที่เคยฝันเอาไว้ อาจจะวางแผนไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งด้วยกัน ได้กลับบ้านพร้อมกัน โทรหากันทุกคืน แม้ในวันที่ไกลกัน…ก็ไม่รู้สึกเหงา เพราะรู้ว่าความห่วงใยจากอีกคนจะต้องเดินทางมาถึง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวันนี้กลับรู้สึกว่า “คบกัน…แต่เหมือนใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยตัวคนเดียว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ “เวลา” หรือเปล่า ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็อดคิดมากไม่ได้ ว่าเหตุผลอีกอย่างก็คืออาจเป็นเพราะ “จิตใจ” ของใครคนใดคนหนึ่ง เริ่มไม่อยู่กับที่ เมื่อไหร่ที่จิตใจเกิดความ “หวั่นไหว” เมื่อนั้นคนเราย่อมรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัຍ แน่นอนว่าความรู้สึกแบบนี้ จะยิ่งทำให้ทุกอย่างพลิกเป็นแง่ลบหมด ตอนนี้สิ่งที่บางคนคิดว่าเป็น “ปัญหา” อาจเกิดขึ้นด้วยเรื่องที่เล็กนิดเดียว เช่น ช่วงนี้เขาติดธุระ มารับกลับบ้านเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ ถ้ายอมให้จิตใจอ่อนไหวไปตามความคิดแง่ลบปุ๊บ เขาจะถูกตั้งข้อหา “ทำตัวเปลี่ยนไป” ทันที ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังโสด เราก็ไม่เคยต้องรอให้ใครมารับ ตอนอยู่คนเดียวยังทำอะไรเองได้ตั้งหลายอย่าง ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้ กลับบ้านเองได้ “ทุกคนล้วนมีวิธีการอยู่กับตัวเอง และสามารถจัดการกับอารมณ์เหงา ๆ ของตัวเองได้ …

จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

วันนี้เรามีบทความดี ๆ มาฝากทุกคน ว่าด้วยเรื่องของ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน ชีวิตของคนเรานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสมอ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและมีสติ รู้ตัวเองอยู่เสมอในการทำสิ่งต่าง ๆ เพราะ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน ว่าแล้วเราไปอ่านบทความดี ๆ ที่จะเป็นแนวคิดในการดำเนินชีวิตให้กับคุณกัน เมื่อตอนที่นก ยังมีชีวิตอยู่? มันจะกินมดเป็นอาหาร แต่เมื่อมันเสีຍชีวิต.. มันก็จะถูกมดกินเป็นอาหารเช่นกัน ต้นไม้หนึ่งต้น สามารถทำเป็นไม้ขีดไฟได้เป็นล้าน ๆ ก้าน แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้าน ก็สามารถเผาต้นไม้ได้เป็นล้าน ๆ ต้นเช่นกัน จงอย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่ อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็ก ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้ อย่าคิดว่าเราแข็งแรงไม่มีวันป่วย เพราะอายุยังน้อย โลงศwไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่แต่มีไว้ใส่คนเสีຍชีวิต อย่าคิดว่าฉันรวย ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย สักวันเงินเพียง 1 พัน อาจมีค่ามากมายในวันตกอับก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต ใหญ่ได้ก็เล็กได้ รวยได้ก็จนได้ แข็งแรงได้ก็ป่วยได้ เกิดได้ก็ต้องเสีຍชีวิตได้ ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ท่องจำให้ขึ้นใจ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” และที่สำคัญ “ข้าจะไม่ประมาท” กับชีวิตอีกต่อไป.. จะยุ่งมากเพียงใดก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี …

จงอย่าวิ่งตามใคร ที่เขาไม่สนใจเรา จนทำให้ตัวเองดูไร้ค่า

เชื่อว่าหลายคนคงทราบดีว่า การที่เราวิ่งตามใครซักคน มันเหนื่อย ยิ่งเรารัก ใส่ใจ เป็นห่วง คิดถึง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเหมือนคุยคนเดียว ในวันที่ท้อเหนื่อย กำลังใจไม่มีมาเลย ยิ่งความรักไม่ชัดเจน ก็เลยหยุดวิ่งตามดีกว่า อยู่เฉย ๆ บ้าง รักตัวเองดูแลตัวเอง จนวันนึงกลับมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ตอบกลับแบบเฉย ๆ ถามคำตอบคำ เพื่อที่จะให้ได้รู้บ้างว่าการวิ่งต มมันเป็นอย่างไร ต่อให้คุณสวย รวย ทำงานหาเงินเก่ง แต่ในเมื่อคุณไม่ใส่ใจ ไม่เอาใจเค้ามาใส่เรา ก็ไม่มีใครวิ่งตามคุณไปตลอดหรอก เพราะคนเราต้องการแค่คนเดินที่เดินไปพร้อม ๆ ทีละก้าวน่าจะดีกว่า สุดท้ายขอให้รักตัวเองให้มาก ๆ ทำตัวเองให้ดี มีค่า มันจะดีเองครับ 1. ดูแลตัวเอง ให้ดูดี และมีค่าที่สุด เพราะจากนี้ คุณจะเป็นผู้เลือกไม่ใช่ผู้ถูกเลือก 2. การที่คนคนเดียว ปฏิเสธคุณไม่ได้หมายถึงคุณ ไม่ดีพอพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า คุณดีพอ 3. คุณต้องรักตัวเองและเลือก สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเองลืม คนที่ไม่รักคุณ 4. คุณต้องรักชีวิตตัวเอง ต้องโฟกัส ต้องใช้ชีวิต ต้องมีความสุข และคุณต้องเข้มแข็ง 5. ยิ่งคุณดื้อดึง และเหนี่ยวรั้งเขาไว้ …

ข้อคิดจากพ่อค้า หมูปิ้ง รายได้ปีละ200ล้าน มีลูกน้องเกือบ100คน เเต่อยู่บ้านอื้ออาทร

อีกหนึ่งบทความที่นับว่าสร้างเเรงบรรดาลใจเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบันนี้ ที่ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจแย่ คนตกงาน หางานทำยาก ข้างของเครื่องใช้ขึ้นราคา หลายๆ คนก็เริ่มหาอาชีพ หางานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้ตนเองเองไว้เลี้ยงดูครอบครัว มีคนพูดไว้ว่า อาชีพค้าขายนี่แหละรวยที่สุด วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับเเนวคิดของพ่อค้าขายหมูปิ้งคนนึงที่มีรายได้เยอะ แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตแบบประหยัด อาศัยอยู่บ้านเล็กๆ บ้านเอื้ออาทร ที่ได้เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ เอามาให้ลองอ่านกัน เป็นบทความของคุณบรรจง ชีวมงคลกานต์ ได้โพสข้อความไว้ว่า ผมมีโอกาสได้นั่งดูรายการทีวีที่ไปสัมภาษณ์”เฮียนพ”ชายวัย 49 ปี ที่เป็นคนขายหมูปิ้งที่รวยที่สุดคนหนึ่งในวงการหมูปิ้งแล้วรู้สึกชื่นชม.. ชายคนนี้เคยเป็นหนุ่มโรงงานที่โดนเลิกจ้างจากพิษเศรษฐกิจ พอหลังตกงานก็มาเป็นรปภ. ขับแท็กซี่ ตอนหลังแกขอสูตรมาปิ้งขายเองเล็กๆ ทำไปทำมามีลูกค้ากินแล้วติดใจ เลยสั่งจากแกไปปิ้งขายต่อ กล่องหนึ่งมีหมู 100 ไม้ แกขายราคาไม้ละ 5.50 บาท คนไปปิ้งขายต่อขาย 10 บาท ปรากฎว่าออเดอร์เริ่มเยอะทำไม่ไหว แกก็ให้พี่สาวและกลุ่มแม่บ้านที่ให้สูตรแกมาช่วยกันทำหมู เสียบหมูอยู่แถวเพิงเล็กๆข้างแฟลตนั่นล่ะ ว่างๆแกก็ถือกล่องหมูเสียบไปตามตลาดต่างๆ เห็นใครขายลูกชิ้นปิ้ง ใส้กรอกปิ้ง แกก็เชียร์ให้เอาหมูแกไปปิ้งขายด้วย ที่ผมชื่นชมแกไม่ใช่เรื่องการค้าขาย แต่เป็นเรื่องการบริหารรายได้ เพราะในช่วงแรกๆที่แกได้กำไรจากการส่งหมูปิ้ง แกก็เอาเงินกำไรไปใส่ตู้ฝากเงินทุกๆวัน โดยที่ไม่ได้เช็คเลยว่าไอ้ที่หยอดตู้ไปทุกวันรวมๆแล้วมีเท่าไหร่ จนกระทั่งผ่านไปไม่นาน พื้นที่เพิงเล็กๆข้างแฟลตมันไม่เพียงพอและทางแฟลตไม่ให้ใช้ที่แล้ว แกก็ไปเห็นว่ามีที่ดินบริเวณนั้นจะขาย แกก็มีความคิดอยากทำโรงงานเสียบหมู พอไปเช็คเงินดูที่แกสะสมไว้มีประมาณ 4 ล้านบาท แกก็ตัดสินใจซื้อที่ทำโรงงานท่ามกลางเสียงคัดค้านจากญาติพี่น้อง แต่แกเชื่อว่ามันจะไปได้ …

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง บนโลกใบนี้ ล้วนถูกกำหนดมาแล้ว

ไม่ว่าสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุก ๆ สิ่งล้วนถูกกำหนดไว้แล้วทั้งนั้น หากมีคนมาพูดแบบนี้กับเรา แล้วเราเชื่อหรือไม่? เคยได้ยินเรื่องกรรมสัมพันธ์ไหม? เคยทำบุญ-ทำบาป ร่วมกันมาหรอกถึงได้มาเจอกัน แม้ไม่เคยกระทำกรรมสัมพันธ์กัน ต่อให้เดินผ่านกันทุกวันก็ไม่มาเจอกันได้ บาป-บุญ คือตัวกำหนดว่าเราจะเจอใครอิกครั้ง บ้างก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา บ้างก็เป็นคนที่เราต้องเกิดมาชดใช้เขา บ้างก็เกิดมาเพื่อให้เขามาชดใช้ให้เรา ถึงเวลา วาระหนึ่ง เรากับเขาเมื่อสิ้นบุญบารมี หรือชดใช้ให้กันและกันหมดแล้ว ก็ต้องจบสิ้นทั้งบุญ-บาป ก็ต้องลาจากกัน นี่แหละถึงเรียกว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญอะไร หากชีวิตเราต้องบังเอิญมาเจอ มาพบกับบุคคลหรือใครก็ตามที่เราไม่อยากพบไม่อยากเจอ แต่ก็ยังต้องเจอ ไม่เขาก็เราที่จะต้องชดใช้หรือถูกชดใช้ คืนเขาไปเถิดเจ้า กรรมใด ๆ ที่เขาได้กระทำกับเรา ยกโทษ อภัยให้เขาเสีย เพื่อจะได้จบสิ้นแต่เพียงชาตินี้ ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายมาเจอกันอิก… แม้แต่กรรมใด ๆ ที่เราเคยกระทำกับใครเขา ถึงเวลาก็ต้องชดใช้ คืนให้เขา เวรกรรมนั้น จะเริ่มจดเริ่มจำตั้งแต่เรากระทำความชั่อความไม่ดี รอวันเอาคืนเรากลับนั่นแหละ ที่ทุกข์อยู่ในวันนี้ ให้ถือว่าชดใช้กรรมในอดีตให้เขาไป จะได้จบสิ้นกันไป… ชีวิตของเรา หากไม่เจอทุกข์หนักหนา เราก็จะไม่พบกับแสงแห่งธรรม จริงไหม? ทำความดีให้มาก เมื่อใดที่บุญหนุนนำ แม้นกรรมหนักหนาสักเท่าไหร่ บุญก็จะอุ้มชูไม่ให้เจ็ບหนัก เทวดารักษา ศีลรักษา มันจะเท่าไหร่กันเชียวชีวิตนี้ก็ชีวิตเรา เลือกบุญ-บาปได้ตามแต่ใจเจ้านั้นแหละ …

ลุงต้องคุ้ยขยะกินทั้งน้ำตา อนิจจา ความจนมันบีบ จนทำให้ไร้ทางเลือก

บนโลกออนไลน์ ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ขอความช่วยเหลือแทนคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เธอบังเอิญได้ไปพบเจอขณะไปทำธุระ ภาพแรกที่เจอกันเธอเห็นชายวัยกลางคนกำลังคุ้ยกินเศษขยะจากถังขยะ เธอรีบเข้าไปสอบถามรายละเอียด ได้ฟังชีวิตของเขาเธอสะเทือนใจหนัก ไม่คิดเลยว่าในชีวิตคนเราจะมีใครที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ เธอเล่าว่า วันนี้หนูไปทำธุระที่ราไวย์มา หนูเห็นน้าคนนี้เก็บขยะกินในถังขยะ หนูเลยไปถามว่าทำไมถึงเก็บขยะกิน เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรกินเขาไม่มีงานทำเก็บขวดขๅยไปวัน ๆ บางวันกลับบ้านดึก ๆ ต้องหาเศษอาหารไปให้เมียกิน เมียเขาเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตค่ะ เขาเล่าให้หนูฟังทั้งน้ำตาเลยค่ะ หนูก็ถามไปเรื่อย ๆ ว่ามีลูกมั้ย เขาว่ามีลูกสาว1คน มีหลานสาว1หลานชาย1 คน เขาก็บอกว่า ลูกสาวเขาทิ้งและหนีไปหมดแล้วทิ้งลูก2คนไว้ให้เขาดูแลอีก แถมลูกเขยก็ไม่ยอมไปไหนอยู่กับน้าเขาที่บ้านด้วย หนูก็เลยไปบ้านเขาพร้อมเขาค่ะ น้าข้าง ๆ บ้านก็เล่าให้ฟังว่าลูกเขยเอาเงินอับดุเลาะไปหมด ขๅยขวดได้กี่บาทก็เอาไปหมดบัตร 300 ของรัฐ บัตรคนชราอะไรอยู่ที่ลูกเขยทั้งหมดค่ะและน้าเขา อดมื้อกินมื้อค่ะ แล้วหนูก็ได้เข้าไปดูที่บ้านเขาค่ะ บ้าน รก และมีกลิ่นเหม็นมาก ๆ ค่ะ เมียของเขาน่าสงสารมากค่ะ น้าเขาไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ไม่มีรถ มีแต่จักรยานไว้หาของเก่าขๅย ไม่มีเฟสค่ะ #อยากจะขอความช่วยเหลือพี่ ๆ ทุกคนช่วยกดเเชร์ให้มีคนใจดีเข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้หน่อยค่ะหนูสงสารเหลือเกินแต่หนูไม่ค่อยมีเงินค่ะ หนูก็ช่วยน้าเขาได้นิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ #บ้านน้าเขาอยู่ราไวย์ค่ะ #บ้านเลขที่ 56 #หมู่2 ต.ราไวย์ …

เปิดตำนานเสือฝ้าย ขุนโจรชื่อดัง เมืองสุพรรณ ปล้นคนรวย แจกคนยากจน

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ นายฝ้าย เพ็ชนะ คือชื่อเดิมของหนุ่มวัยฉกรรจ์ เขาถูกเล่นงานชนิดเจ็บแสบจากทางตำรวจ โดยมีญาติรายหนึ่งหนุนเนื่องมากับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไส่ไคล้ฝ้ายให้ถึง กับจนมุม ครั้งนั้นฝ้ายถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลอันตรายต่อชุมชนและรัฐ ฐานกระทำความผิดร้ายแรงในข้อหาพาผู้ร้ายหลบหนี ฝ้ายซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จำต้องเดินเข้าซังเตอย่างไม่สามารถปริปากอุทธรณ์ความบริสุทธิ์ของตน แปดปีกว่ากับการใช้ชีวิตในสถานกักขัง สูญสิ้นอิสรภาพทางกายภาพ เหลือเพียงกำแพงกับซี่กรงเขรอะสนิมเป็นเพื่อนในทุกโมงยาม ครั้นฝ้ายได้ลดอาญาจนหวนคืนปิตุภูมิ จากจุดนี้ ฝ้ายลิขิตชีวิตตนเองใหม่ลงบนหน้ากระดาษ “เมื่อรัฐเล่นตลกกับข้า ข้าก็จะสร้างเสียงหัวเราะให้พวกมัน” นับแต่นั้น “เสือฝ้าย” ก็กลายเป็นชื่อที่หลายคนต่างพากันขยาด แม้กระทั่งทางการยังกริ่งเกรง และไม่สู้จะหาทางลบชื่อนี้ลงได้ง่าย ๆ นาม “เสือฝ้าย” ตราอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไพล่ถึงขนาดเป็นหัวข้ออภิปรายในสภาอยู่บ่อยครั้ง คดีเสือฝ้ายควรจะจบลงแบบโป้งเดียวจอด ทว่า การกำจัดผู้ร้ายรายนี้กลับยากจนทางการต้องปวดเศียรเวียนเกล้าบ่อย ครั้ง อุปสรรคสำคัญมิได้จำกัดอยู่เพียงอๅวุธหรือสรรพกำลังของซุ้มโจร กำแพงกีดขวางกลับเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ ทุกคนคอยปกป้องเสือฝ้าย เสมือนฝ้ายคือญาติในครอบครัวก็มิปาน ปล้นคนรวย แจกคuจน เสือฝ้ายถูกผู้มีอำนาจเล่นงาน ดังนั้น ศัตรูที่ฝ้ายตั้งเป้ากำจัดย่อมหนีไม่พ้นตัวการที่ส่งเขาไปกินข้างแดงในคุп เสียงร่ำลือถึงวิธีการปล้นของฝ้าย เจตจำนงนั้นผิดกับโจรทั่วไป กล่าวคือ ฝ้ายกับพรรคพวกมิได้ชิงทรัพย์เพื่อยังชีพ โดยประทังให้ปัจจัยสี่ไม่ขาดแคลน ฝ้ายจงใจเล่นงานบรรดาเศรษฐี ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะพวกแปดเปื้อนมลทิน กลิ่นคาวฉาวโฉ่ ประเภทฉ้อโกง ขูดรีด และอาศัยอำนาจในการทำให้ตัวเองร่ำรวย นี่คือเป้าหมายของฝ้าย ด้วยเหตุนี้ คนยากหรือผู้ขัดสนทรัพย์สินศฤงคาร จึงรอดพ้นเงื้อมมือเสือฝ้าย …

123...43Page 2 of 43