Home เรื่องดีมีข้อคิด

เรื่องดีมีข้อคิด

จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

วันนี้เรามีบทความดี ๆ มาฝากทุกคน ว่าด้วยเรื่องของ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน ชีวิตของคนเรานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสมอ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและมีสติ รู้ตัวเองอยู่เสมอในการทำสิ่งต่าง ๆ เพราะ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน ว่าแล้วเราไปอ่านบทความดี ๆ ที่จะเป็นแนวคิดในการดำเนินชีวิตให้กับคุณกัน เมื่อตอนที่นก ยังมีชีวิตอยู่? มันจะกินมดเป็นอาหาร แต่เมื่อมันเสีຍชีวิต.. มันก็จะถูกมดกินเป็นอาหารเช่นกัน ต้นไม้หนึ่งต้น สามารถทำเป็นไม้ขีดไฟได้เป็นล้าน ๆ ก้าน แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้าน ก็สามารถเผาต้นไม้ได้เป็นล้าน ๆ ต้นเช่นกัน จงอย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่ อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็ก ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้ อย่าคิดว่าเราแข็งแรงไม่มีวันป่วย เพราะอายุยังน้อย โลงศwไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่แต่มีไว้ใส่คนเสีຍชีวิต อย่าคิดว่าฉันรวย ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย สักวันเงินเพียง 1 พัน อาจมีค่ามากมายในวันตกอับก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต ใหญ่ได้ก็เล็กได้ รวยได้ก็จนได้ แข็งแรงได้ก็ป่วยได้ เกิดได้ก็ต้องเสีຍชีวิตได้ ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ท่องจำให้ขึ้นใจ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” และที่สำคัญ “ข้าจะไม่ประมาท” กับชีวิตอีกต่อไป.. จะยุ่งมากเพียงใดก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี …

จงอย่าวิ่งตามใคร ที่เขาไม่สนใจเรา จนทำให้ตัวเองดูไร้ค่า

เชื่อว่าหลายคนคงทราบดีว่า การที่เราวิ่งตามใครซักคน มันเหนื่อย ยิ่งเรารัก ใส่ใจ เป็นห่วง คิดถึง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเหมือนคุยคนเดียว ในวันที่ท้อเหนื่อย กำลังใจไม่มีมาเลย ยิ่งความรักไม่ชัดเจน ก็เลยหยุดวิ่งตามดีกว่า อยู่เฉย ๆ บ้าง รักตัวเองดูแลตัวเอง จนวันนึงกลับมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ตอบกลับแบบเฉย ๆ ถามคำตอบคำ เพื่อที่จะให้ได้รู้บ้างว่าการวิ่งต มมันเป็นอย่างไร ต่อให้คุณสวย รวย ทำงานหาเงินเก่ง แต่ในเมื่อคุณไม่ใส่ใจ ไม่เอาใจเค้ามาใส่เรา ก็ไม่มีใครวิ่งตามคุณไปตลอดหรอก เพราะคนเราต้องการแค่คนเดินที่เดินไปพร้อม ๆ ทีละก้าวน่าจะดีกว่า สุดท้ายขอให้รักตัวเองให้มาก ๆ ทำตัวเองให้ดี มีค่า มันจะดีเองครับ 1. ดูแลตัวเอง ให้ดูดี และมีค่าที่สุด เพราะจากนี้ คุณจะเป็นผู้เลือกไม่ใช่ผู้ถูกเลือก 2. การที่คนคนเดียว ปฏิเสธคุณไม่ได้หมายถึงคุณ ไม่ดีพอพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า คุณดีพอ 3. คุณต้องรักตัวเองและเลือก สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเองลืม คนที่ไม่รักคุณ 4. คุณต้องรักชีวิตตัวเอง ต้องโฟกัส ต้องใช้ชีวิต ต้องมีความสุข และคุณต้องเข้มแข็ง 5. ยิ่งคุณดื้อดึง และเหนี่ยวรั้งเขาไว้ …

ข้อคิดจากพ่อค้า หมูปิ้ง รายได้ปีละ200ล้าน มีลูกน้องเกือบ100คน เเต่อยู่บ้านอื้ออาทร

อีกหนึ่งบทความที่นับว่าสร้างเเรงบรรดาลใจเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบันนี้ ที่ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจแย่ คนตกงาน หางานทำยาก ข้างของเครื่องใช้ขึ้นราคา หลายๆ คนก็เริ่มหาอาชีพ หางานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้ตนเองเองไว้เลี้ยงดูครอบครัว มีคนพูดไว้ว่า อาชีพค้าขายนี่แหละรวยที่สุด วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับเเนวคิดของพ่อค้าขายหมูปิ้งคนนึงที่มีรายได้เยอะ แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตแบบประหยัด อาศัยอยู่บ้านเล็กๆ บ้านเอื้ออาทร ที่ได้เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ เอามาให้ลองอ่านกัน เป็นบทความของคุณบรรจง ชีวมงคลกานต์ ได้โพสข้อความไว้ว่า ผมมีโอกาสได้นั่งดูรายการทีวีที่ไปสัมภาษณ์”เฮียนพ”ชายวัย 49 ปี ที่เป็นคนขายหมูปิ้งที่รวยที่สุดคนหนึ่งในวงการหมูปิ้งแล้วรู้สึกชื่นชม.. ชายคนนี้เคยเป็นหนุ่มโรงงานที่โดนเลิกจ้างจากพิษเศรษฐกิจ พอหลังตกงานก็มาเป็นรปภ. ขับแท็กซี่ ตอนหลังแกขอสูตรมาปิ้งขายเองเล็กๆ ทำไปทำมามีลูกค้ากินแล้วติดใจ เลยสั่งจากแกไปปิ้งขายต่อ กล่องหนึ่งมีหมู 100 ไม้ แกขายราคาไม้ละ 5.50 บาท คนไปปิ้งขายต่อขาย 10 บาท ปรากฎว่าออเดอร์เริ่มเยอะทำไม่ไหว แกก็ให้พี่สาวและกลุ่มแม่บ้านที่ให้สูตรแกมาช่วยกันทำหมู เสียบหมูอยู่แถวเพิงเล็กๆข้างแฟลตนั่นล่ะ ว่างๆแกก็ถือกล่องหมูเสียบไปตามตลาดต่างๆ เห็นใครขายลูกชิ้นปิ้ง ใส้กรอกปิ้ง แกก็เชียร์ให้เอาหมูแกไปปิ้งขายด้วย ที่ผมชื่นชมแกไม่ใช่เรื่องการค้าขาย แต่เป็นเรื่องการบริหารรายได้ เพราะในช่วงแรกๆที่แกได้กำไรจากการส่งหมูปิ้ง แกก็เอาเงินกำไรไปใส่ตู้ฝากเงินทุกๆวัน โดยที่ไม่ได้เช็คเลยว่าไอ้ที่หยอดตู้ไปทุกวันรวมๆแล้วมีเท่าไหร่ จนกระทั่งผ่านไปไม่นาน พื้นที่เพิงเล็กๆข้างแฟลตมันไม่เพียงพอและทางแฟลตไม่ให้ใช้ที่แล้ว แกก็ไปเห็นว่ามีที่ดินบริเวณนั้นจะขาย แกก็มีความคิดอยากทำโรงงานเสียบหมู พอไปเช็คเงินดูที่แกสะสมไว้มีประมาณ 4 ล้านบาท แกก็ตัดสินใจซื้อที่ทำโรงงานท่ามกลางเสียงคัดค้านจากญาติพี่น้อง แต่แกเชื่อว่ามันจะไปได้ …

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง บนโลกใบนี้ ล้วนถูกกำหนดมาแล้ว

ไม่ว่าสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุก ๆ สิ่งล้วนถูกกำหนดไว้แล้วทั้งนั้น หากมีคนมาพูดแบบนี้กับเรา แล้วเราเชื่อหรือไม่? เคยได้ยินเรื่องกรรมสัมพันธ์ไหม? เคยทำบุญ-ทำบาป ร่วมกันมาหรอกถึงได้มาเจอกัน แม้ไม่เคยกระทำกรรมสัมพันธ์กัน ต่อให้เดินผ่านกันทุกวันก็ไม่มาเจอกันได้ บาป-บุญ คือตัวกำหนดว่าเราจะเจอใครอิกครั้ง บ้างก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา บ้างก็เป็นคนที่เราต้องเกิดมาชดใช้เขา บ้างก็เกิดมาเพื่อให้เขามาชดใช้ให้เรา ถึงเวลา วาระหนึ่ง เรากับเขาเมื่อสิ้นบุญบารมี หรือชดใช้ให้กันและกันหมดแล้ว ก็ต้องจบสิ้นทั้งบุญ-บาป ก็ต้องลาจากกัน นี่แหละถึงเรียกว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญอะไร หากชีวิตเราต้องบังเอิญมาเจอ มาพบกับบุคคลหรือใครก็ตามที่เราไม่อยากพบไม่อยากเจอ แต่ก็ยังต้องเจอ ไม่เขาก็เราที่จะต้องชดใช้หรือถูกชดใช้ คืนเขาไปเถิดเจ้า กรรมใด ๆ ที่เขาได้กระทำกับเรา ยกโทษ อภัยให้เขาเสีย เพื่อจะได้จบสิ้นแต่เพียงชาตินี้ ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายมาเจอกันอิก… แม้แต่กรรมใด ๆ ที่เราเคยกระทำกับใครเขา ถึงเวลาก็ต้องชดใช้ คืนให้เขา เวรกรรมนั้น จะเริ่มจดเริ่มจำตั้งแต่เรากระทำความชั่อความไม่ดี รอวันเอาคืนเรากลับนั่นแหละ ที่ทุกข์อยู่ในวันนี้ ให้ถือว่าชดใช้กรรมในอดีตให้เขาไป จะได้จบสิ้นกันไป… ชีวิตของเรา หากไม่เจอทุกข์หนักหนา เราก็จะไม่พบกับแสงแห่งธรรม จริงไหม? ทำความดีให้มาก เมื่อใดที่บุญหนุนนำ แม้นกรรมหนักหนาสักเท่าไหร่ บุญก็จะอุ้มชูไม่ให้เจ็ບหนัก เทวดารักษา ศีลรักษา มันจะเท่าไหร่กันเชียวชีวิตนี้ก็ชีวิตเรา เลือกบุญ-บาปได้ตามแต่ใจเจ้านั้นแหละ …

ลุงต้องคุ้ยขยะกินทั้งน้ำตา อนิจจา ความจนมันบีบ จนทำให้ไร้ทางเลือก

บนโลกออนไลน์ ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ขอความช่วยเหลือแทนคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เธอบังเอิญได้ไปพบเจอขณะไปทำธุระ ภาพแรกที่เจอกันเธอเห็นชายวัยกลางคนกำลังคุ้ยกินเศษขยะจากถังขยะ เธอรีบเข้าไปสอบถามรายละเอียด ได้ฟังชีวิตของเขาเธอสะเทือนใจหนัก ไม่คิดเลยว่าในชีวิตคนเราจะมีใครที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ เธอเล่าว่า วันนี้หนูไปทำธุระที่ราไวย์มา หนูเห็นน้าคนนี้เก็บขยะกินในถังขยะ หนูเลยไปถามว่าทำไมถึงเก็บขยะกิน เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรกินเขาไม่มีงานทำเก็บขวดขๅยไปวัน ๆ บางวันกลับบ้านดึก ๆ ต้องหาเศษอาหารไปให้เมียกิน เมียเขาเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตค่ะ เขาเล่าให้หนูฟังทั้งน้ำตาเลยค่ะ หนูก็ถามไปเรื่อย ๆ ว่ามีลูกมั้ย เขาว่ามีลูกสาว1คน มีหลานสาว1หลานชาย1 คน เขาก็บอกว่า ลูกสาวเขาทิ้งและหนีไปหมดแล้วทิ้งลูก2คนไว้ให้เขาดูแลอีก แถมลูกเขยก็ไม่ยอมไปไหนอยู่กับน้าเขาที่บ้านด้วย หนูก็เลยไปบ้านเขาพร้อมเขาค่ะ น้าข้าง ๆ บ้านก็เล่าให้ฟังว่าลูกเขยเอาเงินอับดุเลาะไปหมด ขๅยขวดได้กี่บาทก็เอาไปหมดบัตร 300 ของรัฐ บัตรคนชราอะไรอยู่ที่ลูกเขยทั้งหมดค่ะและน้าเขา อดมื้อกินมื้อค่ะ แล้วหนูก็ได้เข้าไปดูที่บ้านเขาค่ะ บ้าน รก และมีกลิ่นเหม็นมาก ๆ ค่ะ เมียของเขาน่าสงสารมากค่ะ น้าเขาไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ไม่มีรถ มีแต่จักรยานไว้หาของเก่าขๅย ไม่มีเฟสค่ะ #อยากจะขอความช่วยเหลือพี่ ๆ ทุกคนช่วยกดเเชร์ให้มีคนใจดีเข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้หน่อยค่ะหนูสงสารเหลือเกินแต่หนูไม่ค่อยมีเงินค่ะ หนูก็ช่วยน้าเขาได้นิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ #บ้านน้าเขาอยู่ราไวย์ค่ะ #บ้านเลขที่ 56 #หมู่2 ต.ราไวย์ …

เปิดตำนานเสือฝ้าย ขุนโจรชื่อดัง เมืองสุพรรณ ปล้นคนรวย แจกคนยากจน

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ นายฝ้าย เพ็ชนะ คือชื่อเดิมของหนุ่มวัยฉกรรจ์ เขาถูกเล่นงานชนิดเจ็บแสบจากทางตำรวจ โดยมีญาติรายหนึ่งหนุนเนื่องมากับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไส่ไคล้ฝ้ายให้ถึง กับจนมุม ครั้งนั้นฝ้ายถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลอันตรายต่อชุมชนและรัฐ ฐานกระทำความผิดร้ายแรงในข้อหาพาผู้ร้ายหลบหนี ฝ้ายซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จำต้องเดินเข้าซังเตอย่างไม่สามารถปริปากอุทธรณ์ความบริสุทธิ์ของตน แปดปีกว่ากับการใช้ชีวิตในสถานกักขัง สูญสิ้นอิสรภาพทางกายภาพ เหลือเพียงกำแพงกับซี่กรงเขรอะสนิมเป็นเพื่อนในทุกโมงยาม ครั้นฝ้ายได้ลดอาญาจนหวนคืนปิตุภูมิ จากจุดนี้ ฝ้ายลิขิตชีวิตตนเองใหม่ลงบนหน้ากระดาษ “เมื่อรัฐเล่นตลกกับข้า ข้าก็จะสร้างเสียงหัวเราะให้พวกมัน” นับแต่นั้น “เสือฝ้าย” ก็กลายเป็นชื่อที่หลายคนต่างพากันขยาด แม้กระทั่งทางการยังกริ่งเกรง และไม่สู้จะหาทางลบชื่อนี้ลงได้ง่าย ๆ นาม “เสือฝ้าย” ตราอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไพล่ถึงขนาดเป็นหัวข้ออภิปรายในสภาอยู่บ่อยครั้ง คดีเสือฝ้ายควรจะจบลงแบบโป้งเดียวจอด ทว่า การกำจัดผู้ร้ายรายนี้กลับยากจนทางการต้องปวดเศียรเวียนเกล้าบ่อย ครั้ง อุปสรรคสำคัญมิได้จำกัดอยู่เพียงอๅวุธหรือสรรพกำลังของซุ้มโจร กำแพงกีดขวางกลับเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ ทุกคนคอยปกป้องเสือฝ้าย เสมือนฝ้ายคือญาติในครอบครัวก็มิปาน ปล้นคนรวย แจกคuจน เสือฝ้ายถูกผู้มีอำนาจเล่นงาน ดังนั้น ศัตรูที่ฝ้ายตั้งเป้ากำจัดย่อมหนีไม่พ้นตัวการที่ส่งเขาไปกินข้างแดงในคุп เสียงร่ำลือถึงวิธีการปล้นของฝ้าย เจตจำนงนั้นผิดกับโจรทั่วไป กล่าวคือ ฝ้ายกับพรรคพวกมิได้ชิงทรัพย์เพื่อยังชีพ โดยประทังให้ปัจจัยสี่ไม่ขาดแคลน ฝ้ายจงใจเล่นงานบรรดาเศรษฐี ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะพวกแปดเปื้อนมลทิน กลิ่นคาวฉาวโฉ่ ประเภทฉ้อโกง ขูดรีด และอาศัยอำนาจในการทำให้ตัวเองร่ำรวย นี่คือเป้าหมายของฝ้าย ด้วยเหตุนี้ คนยากหรือผู้ขัดสนทรัพย์สินศฤงคาร จึงรอดพ้นเงื้อมมือเสือฝ้าย …

อดีตช่างไฟไร้งานทำเพราะ “เป็นผู้หญิง” ทั้งที่จบสูง สู่ “ธิดาเข็นผัก” ขวัญใจตลาดศรีเมือง

การไม่ได้รับการไว้วางใจให้ทำงานเพราะเป็น ผู้หญิง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในทุกสายงาน ทว่าอุปสรรคเหล่านี้กลับไม่ได้บั่นทอนกำลังใจของ สาวน้อยวัย 22 ปีคนนี้เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่จบสูงมีความรู้ระดับอนุปริญญาเรื่องไฟฟ้า “เค้ก-ณณัฐ ปุญญ์ชีวา” สาวน้อยปวส.แผนกช่างไฟ ถูกปฏิเสธทำงานในฐานะช่างไฟฟ้าทุกที่ที่สมัครงาน แต่เธอไม่ท้อและเกี่ยงงาน สู้ลุกยืนอย่างแข็งแกร่งเลือกสร้างรายได้ด้วยการเข็นผักในตลาดผักและผลไม้ เวลาต่อมาใครๆ ที่พบเห็นต่างทึ่งและยกเธอให้เป็นขวัญใจแห่งตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี กระนั้นไม่สำคัญเท่ากับประสบการณ์นอกตำราที่สอนให้รู้เรื่องการใช้ชีวิตในแนวทางตัวเอง “มันเหมือนเป็นทางผ่านหลายๆ อย่างเพื่อให้เราเก็บประสบการณ์และก้าวไปได้ไกลกว่านี้ คือคนเรามันไม่จำเป็นต้องทำงานหรูๆ อยู่ในห้องแอร์สบายๆ ทำงานแบบไหนก็ได้ที่ตอบโจทย์ชีวิตเรา” ธิดารถเข็นผักกล่าวเริ่มต้น “แรกๆ น้อยใจ จบปวส.ช่างไฟฟ้ามา แต่พอเราไปสมัครงานตำแหน่งช่างไฟฟ้า แต่ทุกที่จะให้ไปทำในตำแหน่งอื่น ถามว่าทำไมถึงเลือกเรียนช่างไฟ มันเกิดจากสังเกตเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียบ่อยมาก คนอื่นๆ ก็น่าจะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ฉะนั้นช่างไฟฟ้าน่าจะเป็นอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการ เราก็เลยเลือกด้านนี้ และพอจบมาก็อยากทำงานให้ตรงสาย” เค้กบอกว่าพอได้งานไม่ตรงสายก็ทำให้เปลี่ยนงานบ่อย จากสาเหตุไม่ชอบและเงินเดือนก็ได้น้อยกว่าทำงานตรงสายตัวเองหากได้รับการยอมรับ “ไปทำยูทูปพักหนึ่งเพราะเบื่อระบบ คิดว่างานอิสระน่าจะช่วยเราได้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แม่เห็นเราบ่นก็แนะนำให้มาทำงานเข็นผัก ก็คิดสักพักเพราะรู้สึกอาย แต่พอได้มาทำเรากลับสนุกและไม่อาย ทำให้คิดได้ทุกอย่างมันมีปัญหาหมดในตัว แรกๆ เราอาจจะคิดว่ามันเป็นปัญหา แต่ถ้าไม่เลือกเป็นปัญหามันก็เป็นทางออกได้” ขวัญใจรถเข็นผักบอกงานที่ทำแม้หลายคนมองว่าด้อยศักดิ์ศรี แต่สร้างรายได้อย่างงามให้เธออย่างงามตกชั่วโมงละ 100 บาท เลยทีเดียว ในการเข็นรถในตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี ที่จะมีทั้งลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายย่อยสลับหมุนเวียนใช้บริการตลอด ตั้งแต่ตี …

ถ้าวันหนึ่ง…คุณไปแย่งของ ๆ เขามา สักวันคุณก็จะถูกแย่งไปเช่นกัน

เปิดบทความที่ให้ข้อคิดดี ๆ ที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ว่าแล้วก็มาอ่านพร้อมกันเลย บางครั้งเวลาดูละคร ก็ยังต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง บางทีเรื่องที่เราคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าจะเกิดกับเรา มันยังเกิดขึ้นได้ เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน ก็มักจะเจอประโยคที่ฟังเหมือนตัวเอ งกำลังจะสะดุดล้ม เมื่อคำว่า ลูกผัว-เมียใคร ไม่สน เพราะอยากได้จะเอาหรือแค่คบเล่น ๆ เขาเล่นด้วยก็เลยเล่นตอบ เขาทะเลาะกับครอบครัว เขาเสียใจหันหาใครไม่มี เราจึงต้องเอาตัวเองไป แทรกตรงกลางระหว่าง ครอบครัวเขา เพื่อทำให้เขาเลิกกันเร็วขึ้น โดยไม่รู้สึกละอายใจเลยสักนิด ว่าที่เขาทะเลาะกันคือ เรื่องของจิตอาสา ที่มาผิดทีผิดเวลาแบบนี้ และอื่น ๆ อีกมากมาย หลายเหตุผล ล้วนแล้วจะยกมาอ้าง เพื่อให้ตัวเองดูดี เมื่อได้เขามาเคียงข้าง ลองคบกันให้นาน ๆ สิ พอนิสัยเดิมผุด ธาตุแท้ที่เรียกว่า สันดานโผล่จะรอดไหม? จะฝ่าฟันฝ่าด่านความไม่ดี ของแต่ละฝ่ายได้ไหม เมื่อกิเลสฝ่ายต่ำจางหาย ความจริงปรากฏ ยังจะหอมหวาน ดั่งเช่นวันที่ ได้เขามาเคียงข้างไหม? อยากได้ อยากลอง อยากเล่นก็ได้สมใจอยาก ที่นี้มาคอยดูว่า การกระทำที่สร้างทุกข์แสนสาหัสให้คนอื่น ชีวิตเราจะเจริญไหม จะสุขไหม ลองถามตัวเองดู จะเจอคนจริงใจไหม? ภาพอาจสร้างให้คนอื่นมองว่า …

เศรษฐีอินเดีย รายได้ 3 หมื่นล้าน ไล่ลูกออกจากบ้าน ไปหาเงินใช้เอง

วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวของมหาเศรษฐีชาวอินเดียรายหนึ่งที่ชื่อ Savji Dhanji Dholakia เขาดำเนินธุรกิจผลิตและส่งออกเพชรและขๅยผลิตภัณฑ์ไปยัง 71 ประเทศทั่วโลก เขามีรายได้ต่อปีมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนลูกชายของเขาชื่อ Dravya Dholakia กำลังเรียน MBA ในสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนพ่อของเขาไม่ยอมให้เขากลับบ้าน แต่ขอให้เขาฝึกฝนหาเลี้ยงตนเองในเมือง Kochi เป็นเวลาหนึ่งเดือน พ่อบอกกับ Dravya ว่า “ภายในเดือนนี้ เขาต้องหางานทำเพื่อหารายได้เลี้ยงตนเอง และห้ามทำงานในสถานที่เดียวกันเกิน 1 สัปดาห์ ที่สำคัญห้ามใช้ชื่อเสียงของพ่อเด็ดขาด” แน่นอนว่าพ่อก็ห้ามเขาใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ด้วย! พ่อบอกว่า “ผมต้องการให้เขาเข้าใจและได้ลิ้มรสความเป็นคuจน ที่ต้องดิ้นรนหางานทำและหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพอย่างไร ซึ่งประสบการณ์ที่ดีเหล่านี้ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย” ดังนั้นเมื่อ Dravya อายุ 21 ปี เขานำเสื้อผ้าติดต่อไป 3 ชุดกับเงินจำนวน 3,000 บาทและเดินทางไปยังเมือง Kochi ในตอนแรกเขาพกพาความมั่นใจไปแบบสุด ๆ แต่ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ทันที เพราะเขาคิดว่า เขาจะสามารถหางานที่ดีทำได้เนื่องจากมีการศึกษาที่ดี สิ่งที่คิดไม่ถึงก็คือแม้กระทั่งภาษาท้องถิ่นง่าย ๆ ในประเทศเขาก็ดูจะไม่คุ้นเคยเอาซะเลย สื่อสารไม่ค่อยเข้าใจ ใน 5 วันแรกขนาดที่พักยังหาไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่ทำงาน เพราะเขาหางานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ Dravya …

คนที่ทิ้งคนรักให้เดียวดายได้ลงคอ คนแบบนี้คือ คนเห็นแก่ตัว

วันนี้เรามีบทความดี ๆ ที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักมาฝากทุกคน ว่าแล้วก็มาอ่านพร้อม ๆ กันเลย… คนที่ทิ้งคนรักให้เดียวดายได้ลงคอ..ไม่เก็บเกี่ยวช่วงเวลาสุขและทุกข์ด้วยกันค่ะ พวกนี้เป็นประเภทเอาแต่สุข ทุกข์ไม่เอา เห็นแก่ตัว ไม่เคยสนใจคู่ชีวิตและรักแต่ตัวเอง ถ้าเค้าคิด..เค้าก็คงไม่ทิ้ง จริงมั้ย? อย่ามัวเอาเวลามาหาคำตอบที่ไร้ประโยชu์ดีกว่า เหตุผลของคนจะไปมัuมีร้องแปดพันเก้า คนแบบนี้ล้วนสรรหาคำมาพูดให้ตัวเองดูดี ยกเหตุผลทั้งโลกมาสนับสนุนให้ตัวเองผิดน้อยสุด ทิ้งคู่ชีวิตที่กัດก้อนเกลือมาอย่างยๅวนาน ยๅกลำบากกัuมานักต่อนักเพื่อไปหาคนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่กิ๊กเหล่ๅนั้นจะพัฒนาความสัมพันธ์มาจากกิ๊ก คนรักแบบลับ ๆ ที่ไม่อยๅกอยู่ในที่ลับอีกต่อไป ใครก็ตามที่ทำแบบนี้ เป็นคนเห็นแก่ตัวแบบชั่ວร้ๅຢ คิดเอาแต่ได้ ที่ไหนเอื้อประโยชu์กับตัวเองก็พร้อมที่จะพละจาก ละหนีไปทันที ผลการกระทำไม่ดีแบบนี้ นอпจากสร้างความทุกข์ให้คู่ชีวิตแล้ว ยังสร้างпรรมใหม่ กลายเป็นคนпรรมหนัก บาปหนัก หากทำบ่อย ๆ จนเคยชิน ผิดถูกคิดไม่ได้ หน้าตาจะหมดสง่าราศี พูดอะไรคuมักไม่ค่อยเชื่อถือ คบใครก็มักจะไม่ค่อยมีความจริงใจด้วย จากผลпรรมที่ทิ้งคนเก่าไปหาคนใหม่ก็จะໂดนเขาทิ้งบ้ๅง บางคนก็ได้ลิ้มรสความทุกข์ที่ເจ็บเจีຍนตๅຢ เพราะไปทำคนอื่นไว้เยอะ пรรมคืนสนວง อย่าคิดว่าจะหยุดคนประเภทนี้ได้ เขากล้าทิ้งคนที่ลำบากมาด้วยกันได้ เขาก็กล้าทิ้งคุณได้เช่นกัน อย่าคิดว่าจะหาความจริงใจจากคนแบบนี้ได้ หากไม่มีประโยชu์คนแบบนี้จะไม่คบใคร อย่าคิดว่าคนแบบนี้จะคิดได้ เพราะคำพูดเขาช่างไร้น้ำหนักและเชื่อถือไม่ได้ แหล่งที่มา: เห็นทุกข์เห็นธรรม เรียบเรียงโดย baansuann.com

123...41Page 1 of 41