July 03, 2020
Home เรื่องดีมีข้อคิด

เรื่องดีมีข้อคิด

คู่รักวัย 28 ปี เล่าประสบการณ์ทำงานเก็บเงิน จนสร้างบ้านหลังละ 9 แสนได้

อีกหนึ่งเรื่องราวของ คู่รัก ที่ออกมาแบ่งปันประสบการณืการ ทำงาน เก็บเงิน ที่บอกเลยว่าน่าชื่นชมมากๆ ซึ่งความรักของแต่ละคู่แตกต่างกัน ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน การสร้างฝันกับคนรักจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ต้องชื่นชม สำหรับบ้านหลังนี้คู่รักวัย 28 ปี ได้มีการเล่าประสบการณ์ความรักจากที่ครอบครัวไม่เห็นด้วยที่คบกัน จนปัจจุบันช่วยกันเก็บเงินจนสร้างบ้าน 900,000 บาท และพ่อแม่ปลื้มมาก โดยเรื่องราวนี้คุณแอปเปิ้ล ศุภรัตโตะชัง ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ราคาถูก เกี่ยวกับประสบการณ์ความรักและการเก็บเงินสร้างบ้านหลังนี้ พร้อมข้อความระบุว่า เราชื่อเปิ้ลกับก๊อฟ อายุ 28 ปี รู้จักกันมา 12 ปี พ่อแม่ทั้ง 2 บ้านไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่คบกัน เพราะเป็นเด็กทั้งคู่ เราตั้งใจว่าจะมีบ้านมีรถก่อนอายุ 30 ปี ส่วนตัวเราจบแค่ ม.6. เริ่มทำงานตอนอายุ 19 ปี ถึง 23 ปี แต่ไม่มีเงินเก็บสักบาทเพราะแฟนติดเพื่อนติดหรู เราตัดสินใจคุยกับแฟนถ้า 3 ปีหลังจากนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นจะเลิกแล้วจิงๆๆ (กดดันจากทางบ้าน) จากนั้นแฟนก็ปรับตัวทุกอย่าง ไม่เที่ยว เลิกติดหรู ให้เราเก็บเงินทุกบาท เราใช้เวลาเก็บเงิน 3 ปีกับบ้านหลังนี้ (อายุ 24-27 …

ภาพพระบรมรูป ในหลวงรัชกาลที่ 9 องค์แรกของโลก งดงามสมพระบารมียิ่ง

วันนี้เรามีเรื่องราวดี ๆ มาฝากทุกคน เป็นบุญตามากที่ได้เห็น ภาพพระบรมรูป ในหลวงรัชกาลที่ 9 องค์แรกของโลก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นผู้มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา ดังนั้นมูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดสร้างพระบรมรูป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ การจัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากไม่เคยมีพระบรมราชานุญาตให้สร้างพระบรมรูปที่มีขนาดใหญ่เท่าพระองค์จริงมาก่อน พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน (๑,๐๐๐ กิโลกรัม) ฉลองพระองค์ชุดจอมทัพไทย หล่อด้วยบรอนซ์ผสมทอง ขนาดความสูง ๒.๓๐ เมตร ออกแบบพร้อมได้รับการตรวจสอบจากสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ปรับแต่งโดย นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์) โดย นายเครน กุญชศิลป์ เป็นประติมากรผู้ปั้นต้นแบบนี้ ใช้เวลาจัดทำต้นแบบ ๒ ปี ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ (ท่าพระจันทร์) ในงานสมโภชพระบรมรูป ก่อนอัญเชิญประดิษฐาน ที่ประเทศอินเดีย พระบรมรูปในหลวงนี้จะถูกนำไปประดิษฐาน ณ อาคารประดิษฐาน รูปแบบไทยผสมอินเดีย ออกแบบโดย อ.วนิดา …

ภาพสุดซาบซึ้ง วัวก้มกราบพระ อย่างนอบน้อม หลังได้รับการช่วยชีวิต

วันนี้เราจะทุกท่านมาชมภาพสุดซาบซึ้ง เป็นภาพของ “วัวเพศเมีย” ที่อยู่ในวัดท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เชื่องและเชื่อฟังพระสงฆ์ที่เรียกให้ลุกให้นั่งและคุпเข่าก้มลงกราบได้ หลังได้รับการไถ่ชีวิต ซึ่งพระนฤทัย กิตติคุณโน หรือ ต้อม นุ้ยบุตร พระลูกวัด กำลังเดินจูงวัวเพศเมียสีน้ำตาล โดยพระนฤทัย ได้เรียก “เจ้าแดง” ให้เข้ามาหา พร้อมกับ บอก “แดง ๆ นั่งลง” ซึ่งเจ้าแดงคุпเข่าด้วยขาหน้าทั้งสองข้าง เหมือนกับการก้มลงกราบ ก่อนที่จะนอนลงอย่างง่ายดาย โดยภาพดังกล่าวเผยภาพในลักษณะใกล้เคียงกันเป็นภาพวัวสีขๅวคุпเข่าด้วยขาหน้าทั้งสองข้าง และก้มหัวลงลักษณะเหมือนกราบพระ เช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าวัวตัวดังกล่าวน่าจะถูกไถ่ชีวิตมาได้ไม่นาน ซึ่งด้านชาวเน็ตที่เห็นภาพดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า วัวตัวนี้แสนรู้และยังสำนึกบุญคุณอีกด้วย แหล่งที่มา: ให้ความรู้ เรียบเรียงโดย baansuann.com

ชมนาทีที่ครอบครัวเด็กหญิงไผ่ วัย 11 ปี จังหวัดเพชรบูรณ์ เห็นบ้านหลังใหม่ครั้งแรก

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวที่หลายให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก สำหรับ เรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ได้มีเพจเฟซบุ๊กโพสต์ภาพเรื่องราว และระบุข้อความไว้ว่า…..ขอเเค่ห้องน้ำ กับที่ปลูกกระต๊อบให้เเม่ ด.ญ.ไผ่ วัย 11 ปี ผู้กอดกลืนชีวิตรันทด วอนสังคมสานฝัน ด.ญ.ยอดกตัญญู ต่อมา ทางด้านทีมงานลุงอู๊ด มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน ก็ได้รวมทั้งทีมช่างมาช่วยสานฝันสร้างบ้านให้กับเด็กหญิงไผ่ ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว เป็นยังไงนั้นตามไปดูกันเลยครับ ด.ญ.ไผ่ วัย 11 ปี บ้านหลังเก่า สร้างบ้านให้น้องเสร็จแล้ว บ้านหลังใหม่ สวยมาก ภายใน ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนอน น่าอยู่มาก ห้องครัว โต๊ะทานข้าว เข้ามาดูบ้านครั้งแรก ถึงกับร้องไห้ กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พ่อก้มกราบทีมงาน ขอบคุณจริง ๆ ซึ้งสุด ๆ ยินดีกับน้องและครอบครัวด้วย ขอบคุณทีมงาน เห็นภาพบ้านหลังใหม่แล้วต้องบอกเลยว่าสวย น่าอยู่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอก ยินดีกับน้องไผ่ด้วย และต้องขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทำให้บ้านหลังใหม่ของน้องและครอบครัวเสร็จไปได้ด้วยดี แหล่งที่มา: อีจัน / thaihitz เรียบเรียงโดย baansuann.com

หมดยุค ปริญญาแปะฝาบ้าน เพราะทักษะชีวิตทักษะอาชีพสำคัญกว่า

ในยุคปัจจุบันการแข่งขันเริ่มสูงขึ้น เด็กจบใหม่มีมากขึ้นทุกวัน ซึ่งหลากหลายสถาบันหลากหลายสาขาอาชีพ หากจะพูดถึงสมัยก่อน เรามักถูกย้ำว่า เรียนจบ ปริญญา จะได้เป็นเจ้าคนนายคน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ปริญญาไม่ได้การันตีว่าจะมีการงานที่มั่นคงได้ วันนี้จึงอยากบอกทุกคนว่าอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญคือทักษะอาชีพหรือประสบการณ์   ประเด็นแรกเรื่อง การศึกษา ปัจจุบันการศึกษาเล่าเรียนเป็นเรื่องของผู้เรียนเพียงคนเดียว จะเรียนดีเรียนแ ย่ก็อยู่ที่คนเรียนเองทั้งนั้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือญาติพี่น้องทั้งหลาย ก็ไม่สามๅรถช่วยอะไรได้ สถาบันการศึกษาที่เรียนจบมาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง แล้วอยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน เมื่อผ ลการเรียนออпมามีแนวโน้มว่าสามารถทำงานได้เก่งนะ เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกฝนกันมากมาย แต่ถ้าว่าอย่างไรก็ตามการฝึกฝนในระหว่างการที่ศึกษาอยู่นั้น มันฝึกฝนและเรียนรู้จากกรอบการศึกษา เมื่อทำผิดก็ทำใหม่ แก้ไขใหม่ จนกว่าจะดีขึ้นนั่นเป็นหลักการง่าย ของการศึกษาที่เชื่อว่าทุกคนที่ได้ศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยหรือในรั้วโรงเรียนก็เคยผ่านกันมาทุกคน เมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยๅลัยนั้นได้เจอเพื่อน ได้อยู่กับเพื่อนถึงเวลาเรียนก็ไปถึงเวลาเลิกก็ไปกับเพื่อน แต่เ มื่อผลการศึกษาออกมาและเมื่อเราสำเร็จการศึกษาเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องจบจากการศึกษาเพื่อมาทำงานทำการ ซึ่งผลการศึกษาที่ผ่านมานั้นจะเป็นตัวพิสูจน์ต่อไปในช่วงชีวิตวัยทำงาน ประเด็นที่สอง คือเรื่องการทำงาน เขาบอกกันมาว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของการทำงาน การทำงานของทุกคนสามารถวัดได้ง่าย โดยการวัดจากผลของงานที่ทำว่าง านนั้นเกิดคุณค่าหรือประโยชน์แก่คนร่วมงานมากน้อยไหน นั่นแหละคือ คุณภาพของงาน เมื่อพูดแบบนี้แล้วเราจะสังเกตได้ง่ายเลยว่าตอนเราเรียนไม่มีผลการวัดแบบนี้เลยการศึกษาที่ผ่ๅuมานั้นเป็นการเรียนรู้อะไรที่ทำไม่ได้สอบไม่ผ่านก็ทำใหม่ แต่จริงแล้วการทำงานนั้นไม่เหมือนแบบเรียนเลย เมื่อเราทำงานที่ได้รับมอบหมายมานั้นถ้าเกิดความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลา เสียเงิน เสียใจ หัวหน้างานตำหนิ เพื่อนร่วมงานไม่มีความเชื่อถือ ทั้งหมดที่พูดมานี้คือความจริง มีคนเคยบอกว่าการที่เราประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นเพราะเราไม่หยุดการเ รียนรู้เพราะเมื่อไหร่ที่ออกมาจากรั้วมหาลัยแล้ว ไม่มีคุณครูคอยบอก …

ชายชรา วัย 76 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ ตั้งแต่ตี 4 ตระเวนเช็ดกระจกริมทางทุกวัน มาตลอด 5 ปี

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ที่มาจากสื่อต่างประเทศ เป็นเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งที่รักหมู่บ้านของตนเองมาก เสียสละเวลาพักผ่อนเพื่อทำประโยชน์แก่ชุมชน โดยมีชาวเน็ตคนหนึ่งสังเกตเห็นชายชราวัย 76 ปีคนนี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเขาชื่อ จางซิวสง เขาจะตระเวนขี่มอเตอร์ไซค์ด้านหลังแบกบันไดไปตามถนนหนทางของชุมชนใกล้เคียง หลายคนสงสัยว่าชายคนนี้จะทำอะไร และพอดีในวันนั้นเองชาวเน็ตที่ตื่นขึ้นมาตอนตี 4 กว่า ๆ เห็นชายชราคนนี้ปีนบันไดขึ้นไปเช็ดกระจกมองโค้ง หรือ กระจกจราจรส่องทางโค้งทางแยก เขาบรรจงเช็ดกระจกอย่างระมัดระวัง เพื่อว่าผู้สัญจรไปมาของรุ่งอีกวันจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน กระจกมองโค้ง กระจกจราจรส่องทางโค้งทางแยก มุมอับ เป็นกระจกที่ช่วยอำนวยความสะดวก และความปลอดภัຍบริเวณทางจราจรบริเวณทางโค้งเป็นหลัก หรือทางแยกที่เป็นลักษณะมุมอับ/หักศอก กระจกส่องทางโค้ง สามารถช่วยเพิ่มทัศนวิศัยในการมองเห็นที่กว้างขึ้น ใช้ได้ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร ทางแยก ที่จอดรถ โรงเรียน หรือที่อื่น ๆ ตามความต้องการ หลายคนเมื่อเห็นชายชราคนนี้ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมขอบคุณในน้ำใจของเขาที่ทำโดยไม่ได้ต้องการให้ใครมายกยอ แต่ทำไปเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนจริง มีหลายคนรู้จักเขาพร้อมกับบอกว่า ชายชราคนนี้เกษียณแล้ว โดยอาชีพก่อนเกษียณคือ ช่างตกแต่งภายใน ที่จริงแกสามารถนั่งนอนสบายอยู่ที่บ้าน เพราะแกมีลูกมีหลานที่คอยเลี้ยงดู แต่เนื่องจากแกไม่ชอบอยู่ว่าง ๆ อยากทำอะไรที่พอจะช่วยเหลือสังคมได้บ้าง และบังเอิญแกก็เห็นว่า กระจกมองโค้งของชุมชนไม่มีใครไปเช็ดทำความสะอาดเลย แกกลัวว่าคนสัญจรไปมาจะมองไม่เห็นชัดเจน อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงแบกบันไดขึ้นมอเตอร์ไซค์และตื่นแต่เช้าเพื่อไปเช็ดกระจกอย่างที่เห็น ทันทีที่คลิปของแก่ถูกโพสต์ในเพจท้องถิ่นชุมชน ก็มีคนจำนวนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกายด้วยการเช็ดกระจกดีจริง ๆ” “จากเดิมแกทำอาทิตย์ละ 2 …

สาวเห็นรถคันหน้า มีเด็ก ๆ นั่งเต็มกระบะ แถมฝนกำลังตกหนัก จึงโยนผ้าไปให้

วันนี้เรามีเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่มีคนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ทางเฟซบุ๊ค Mayuree Nirorum ได้เผยคลิปสุดประทับใจบนถนนสายหนึ่ง ขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยรถคันที่จอดติดไฟแดงด้านหน้าของเธอ มีเด็ก ๆ นั่งเต็มหลังรถกระบะ บ้างก็เอาถุงพลาสติกมาคลุมหัว บางคนก็ใช้มือบัง แต่ก็ยังเปียกอยู่ดี เพราะฝนค่อนข้างหนัก ทันใดนั้นเขาไม่รอช้า รีบเปิดกระจกกระโกนเรียกน้อง ๆ พร้อมกับโยนผ้าไปให้ 1 ผืน เพื่อช่วยบังฝนได้บ้าง เด็กที่นั่งอยู่หลังรถกระบะ รีบยกมือไหว้ขอบคุณความน้ำใจของเธอทันที โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ให้ไม่ใช่เพราะว่ามีมากเเต่รู้ว่าการขาดโอกาสของคนมันเป็นยังไง ชมคลิป แหล่งที่มา: เรื่องจริงผ่านเน็ต / Mayuree Nirorum เรียบเรียงโดย baansuann.com

พระท่านกล่าวไว้ว่า ทุกการกระทำของคน ฟ้ามองเห็น สักวันจะได้รับบทเรียนที่มาจากเบื้องบน

เปิดบทความที่ให้ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิด ว่าแล้วเราก็มาอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า…. “ตั้งแต่วินาทีที่เขาทำคุณเจ็บปวด การลงโทษของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นกัน เพราะอย่างน้อยเขาก็กำลังสูญเสียคนที่เคยรักเขามากไปแล้วคนหนึ่ง” หลายคนเรามักถามตนเองว่า ทำไมเวลาที่เราทุ่มเททั้งหัวใจรักใครคนหนึ่ง แต่ทำไมคนคนนั้นกลับทอดทิ้งเราไปอย่างไร้ความรู้สึกแบบนี้ แม้แต่การหักหลังตัวเองก็ยอม ทำไมความรักของใครหลายคนจึงเปลี่ยนเป็นความเกลียด นั่นเพราะว่า.. “ความรัก” และ “ความเกลียดชัง” ต่างกันแค่เพียงความคิด รักที่ไม่ได้ จึงเลือกที่จะเกลียดชัง สำหรับคนที่เคยเผชิญหน้ากับการโดนทำร้าย เราควรเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงอย่างหนึ่งว่า ในความสัมพันธ์นี้พวกเราได้สูญเสียคนคนหนึ่งที่ไม่รู้จักรักตนเอง แต่พวกเขาได้สูญเสียคนที่รักพวกเขาอย่างลึกซึ้งไป พวกเขากำลังเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบมาก ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราก็ต้องยืนหยัดที่จะเป็นคนมีเมตตา คุณไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอาประสบการณ์โดนทำร้ายของคุณ ไปแก้แค้นต่อคนอื่น ๆ หรือต่อสังคมและอย่าเอาความรู้สึกเจ็บช้ำที่คุณได้รับ ไปเพิ่มเติมให้คนต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นคืออย่าไปเฝ้าเสาะหาติดตามเงาของคนที่ทำร้ายคุณอีก จงเชื่อมั่นว่า คนที่ทำร้ายหัวใจของคุณนั้นได้เดินจากคุณไปแล้ว วันหนึ่งเขาก็จะเป็นเหมือนอย่างคุณที่โดนคนอื่นทำร้ายเช่นกัน จะตกต่ำเจ็บปวดยิ่งกว่าคุณหลายเท่า เจ็บจนไม่เหลือชิ้นดี กรรมตามสนองนั้นมีจริงไหม? แน่นอนว่ามีจริง! พระท่านเคยกล่าวไว้ว่า “กรงกรรมนั้นวนเวียน กรรมตามสนองก็มีจริง ทุกอย่างมีวัฏจักรเชิงสาเหตุ และมีไม่น้อย ตั้งแต่วินาทีที่เขาทำร้ายคุณ การลงโทษของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เช่นการสูญเสียคุณ คนที่รักเขามากไป” เขาทำร้ายคุณ จะต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาจะโดนทำร้ายเพราะคนอื่นเช่นกัน การที่ได้พบเจอคนที่โดนทำร้ายคุณ สักวันหนึ่งคุณเองก็จะพบเจอคนที่ทำดีกับคุณเช่นกัน สิ่งสำคัญที่ควรทำในตอนนี้คือ การให้เวลาตัวเองในการรักษาบาดแผลที่โดนทำร้าย จากนั้นสร้างตัวตนใหม่เอี่ยม เตรียมเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ ความรักใหม่อีกครั้ง โดยใช้ความมีเมตตาต่อชะตากรรมในอนาคตที่จะได้พบเจอ …

คำว่า “คู่ชีวิต” คือคนละครึ่งมาประจบกัน ถึงจะเป็น “คู่ที่สมบูรณ์”

เปิดบทความที่ให้ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับความรัก ว่าแล้วลองมาอ่านพร้อม ๆ กันเลย ชีวิตแต่งงานไม่ได้บอกว่า “สิ่งที่ฉันชอบ คุณจะต้องชอบ” แต่คือ “ฉันไม่เกลียดสิ่งที่เธอชอบ” ก็พอแล้ว คำว่าอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่แรกเริ่มก็พอดี แต่คือการค่อย ๆ ปรับจนพอดีกันไปเรื่อย ๆ เธอเพิ่มอีกนิด ฉันลดอีกหน่อย เหมือนการต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน ถึงจะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิต “คู่ชีวิต” ใครก็แยกจากใครไม่ได้ และจะไม่ยอมปล่อยมือจากอีกฝ่ายง่าย ๆ เคยเห็นแบบสอบถามก่อนหน้านี้ ถามเด็กสาวว่า สมาชิกในครอบครัว พ่อแม่ ลูก สามี และอาชีพ ถ้าต้องเลือก อะไรที่คุณจะตัดออกเป็นอย่างแรก ? เด็กสาวเลือกตัดอาชีพออกก่อน จากนั้นก็สมาชิกในครอบครัว พ่อแม่ เหลือสามีกับลูกที่เลือกยาก สุดท้ายเลือกที่จะตัดลูกออก เก็บสามีไว้ เหตุผลก็คือคนในครอบครัว พ่อแม่ ลูก สุดท้ายแล้วก็จะจากเราไป แต่สามีเป็นคู่ชีวิตไปตลอดชีวิต คำถามนี้โหดร้าย แต่คำตอบกลับจริง “คู่ชีวิต” ก็คือคนละครึ่งมาอยู่ด้วยกัน ถึงจะสมบูรณ์ กลัวความโดดเดี่ยวต้องการ “คู่ชีวิต” ปัจจุบันนี้คนมากมายเหมาะสมที่จะแต่งงานกลับไม่แต่ง คนแก่เห็นแล้วก็แปลกใจ ในอดีตไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า 50-60 ปีมานี้ไม่มีสงคราม …

ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่า สำหรับคนบางคน แต่ถ้ารักแล้วทุกข์ ก็อย่าเสียดายเวลาที่ผ่านมา

คุณคงทราบดีว่า ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดี ๆ ที่ใช้กับคนรัก ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงเเหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูเเลให้ดี 10 ปีที่ผ่านไปไม่มีค่าเท่ากับ1 วันที่เหลืออยู่ หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่า ๆ ได้เสียที เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดี ๆ ที่ผ่านไป โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปเเล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก เพราะเหตุผลที่ว่า “เสียดายเวลา” ที่คบกันมา บางคนคบกันมานานจนเเทบจำไม่ได้ว่า เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะหลัง ๆ มาก็อยู่เเต่กับความทุกข์ จนนึกภาพความสุขไม่ออกเเต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่า ๆ เเค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน โดยไม่คิดเลยว่า ทุก ๆ วันของวันนี้ พรุ่งนี้เเละวันต่อ ๆ ไป ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่า ๆ ที่น่าเสียดาย เเละเวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้น ๆ จริง ๆ เเล้ว วันคืนในอดีต ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย นอกจากมีไว้ให้นึกถึง อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง เเต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้ เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับา หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม จะยังไงก็เเล้วเเต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปเเล้ว เเละจบไปเเล้ว ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้u เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 …

123...43Page 1 of 43