Home เรื่องดีมีข้อคิด

เรื่องดีมีข้อคิด

วันที่สามีออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ภรรยาต้องเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก

เรื่องราวของคุณแม่ลูกอ่อนท่านหนึ่ง ที่เล่าถึงความรู้สึกการ เลี้ยงลูก ได้แทนใจแม่ ๆ หลายคนมาก ความเหนื่อยนั้นเป็นเหนื่อยแบบมีความสุข แต่เป็นการใช้พลังงานที่เยอะมาก ข้อความจากโพสต์ทำเอาคุณแม่หลายท่านเห็นด้วยอย่างมาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ สิทธิพร สุ่มโยง ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมภรรยาที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูก โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า #เสียงแฟนโวยวายมาแต่ไกล “ชีวิตคุณทำอะไรบ้างว่ะนอกจากเลี้ยงลูกแม่งไม่เอาอะไรสักอย่าง” ในขณะที่คุณนั่งดูหนังเล่นโทรศัพท์ ใครตัวเปียกตัวมอมอาบน้ำให้ลูก ในขณะที่ที่คุณออกไปทำงานสนุกสนานกับเพื่อน ใครที่อยู่บ้านดูแลลูกเพื่อนๆโทรมาได้แต่ตอบไปว่าไม่ว่างต้องเลี้ยงลูก ในขณะที่คุณกินเหล้ๅสนุกสนาน ใครที่นั่งคอยนั่งรอทำกับข้าวให้คุณกิน ในขณะที่คุณห้องน้ำเล่นโทรศัพท์อย่างสบายใจ ใครที่บ้างครั้งเข้าห้องน้ำยังต้องอุ้มลูกเข้าไปด้วย ในขณะที่คุณนอนหลับอย่างสบายใจ ใครที่ต้องตื่นทั้งคืนเวลาลูกกวนลูกงอแง และในขณะที่คุณมีความสุขอยู่นอกบ้านใครที่คอยทำทุกอย่างเพื่อลูกเพื่อคุณใครที่รอคุณกลับมาใครที่ยอมเหนื่อยทุกอย่าง อย่าตัดสินด้วยอารมณ์ว่าคุณเหนื่อยเพียงคนเดียว เพราะว่าถ้าวันนึงแฟนคุณตัดสินด้วยอารมณ์คำว่าครอบครัวจะกลายเป็น #ความทรงจำที่ไม่ย้อนกลับมาอีกเลย จากความคิดเห็น จะมีสักกี่คนที่คิดได้แบบนี้ อ่านแล้วรู้สึกเห็นใจภรรยามาก กว่าจะตั้งท้อง 9 เดือนกว่าจะคลอด แต่ละช่วงวัยในการเลี้ยงลูก ใช้พลังเยอะมาก ไหนจะงานบ้านงานเรือน ฝากพ่อบ้านทั้งหลายช่วยหยิบนิดหยิบหน่อย ให้เวลาภรรยาได้พักบ้าง ที่สำคัญอย่าลืมเอาใจใส่ดูแลภรรยาเหมือนเดิม ทนฟังภรรยาบ่นนิดๆหน่อยๆอย่าว่ากันเลยนะจ๊ะ   แหล่งที่มา : tkvariety.com

“จงยิ้มเข้าไว้ แม้ในใจจะเสียใจมากเพียงใด” เขียนไว้ดีมาก อยากให้คุณได้อ่าน

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาอ่านบทความดี ๆ ที่ให้ข้อคิดดี ๆ ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลาเค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกันบางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียวฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือก ที่จะจมกับความฝันมากกว่าการได้รับรู้ความจริงการไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4 และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้าก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลยแต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกินแล้วโปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ฉันจะอ่อนล้าไปกว่านี้ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายามการตัดใจ ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้ากับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้าอันไหนมันหนักหนากว่ากันอย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไปอย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้อย่าโทษโชคชะตา ที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน แต่จงยิ้มให้กับตัวเองที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไปแต่ก็ยังได้พบ ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามาแต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไปยิ้มให้กับโชคชะตาที่ยังทำให้เรา ได้รู้จักกันคุณควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้ม ของเค้าไว้คนเดียวคนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง คนที่ทำให้คุณหัวเราะและร้องไห้ได้มากมาย คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้าก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น ให้กลายเป็นวันที่สดใส เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ แค่การได้เห็นคนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุดนั่นแหละคือความสุข ของการได้รัก อย่างจริงใจ แหล่งที่มา …

สาวปล่อยโฮ ดีใจที่ได้รับกระเป๋าเงิน ที่ทำหายคืน จากชายน้ำใจงาม

เรื่องราวที่เรานำมาฝากทุกคนวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องราวที่ได้ใจคนไทยทั้งประเทศ เมื่อผู้ใชเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่เพียงว่า “ผมเก็บเงินได้ประมาณ 7,000 ผมรีบตามหาเจ้าของเงิน จนเจอ #ถึงหน้าตาผมจะเหมือนโจรเเต่ไม่ใช่เงินผมก็ไม่เอา” โดยในภาพเป็นรูปของพลเมืองดีและเจ้าของเงินดังกล่าวที่กำลังร่ำให้ด้วยความตื้นตัน พร้อมกับรับกระเป๋าเงินสีม่วงจากมือชายพลเมืองดีคนนี้ เพราะเงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว และไม่แน่ว่าเงินจำนวนนี้อาจเป็นเงินก้อนที่สำคัญมาก ๆ สำหรับครอบครัว ครอบครัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่องในความซื่อสัตย์และมีน้ำใจของเขา บ้างก็เข้ามาคอมเม้นต์ว่า ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับทั้งสองฝ่ายอีกคนได้เงินคืนอีกคนได้สร้างความดี บ้างก็เข้ามาคอมเม้นต์ว่า เยี่ยมครับ ขอให้ทำความดีต่อไป บ้างก็เข้ามาคอมเม้นต์ว่า ขอชื่นชมค่ะน้องเป็นคนจิตใจดีมาก ขอให้น้องมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ ในขณะที่บางคอมเม้นต์กล่าวว่า ขอชื่นชมค่ะ​ ในยุคที่คนดีเริ่มน้อยลง​ แต่ก็ยังทำให้รู้ว่ายังมีคนดีอีก 1 คน​ ก็คือ​ คุณ​ ขอให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ นะคะ แหล่งที่มา: chearb เรียบเรียงโดย baansuann.com

เปิดแนวคิดของ “เจ้าสัวอนันต์” เจ้าของเทอร์มินอล 21 ยอมขาดทุน เพื่อให้ผู้เช่าอยู่ได้

วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามเรื่องราวหลังจากกรณีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่ห้าง เทอร์มินอล 21 โคราช เมื่อวันที่ 8 ถึง 9  กุมภาพันธ์ 2563 โดยห้างเทอร์มินอล 21 ได้ส่งหนังสือแจ้งกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้า ยกเว้นการเก็บค่าเช่า ค่าบริการ และค่าสาธารณูปโภค ของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทั้งเดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาต้นทุนทางธุรกิจ เรียกว่าเป็นน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้บริหาร ที่ยอมขาดทุน ทั้งที่ห้างเอง ก็ได้รับความเสียหายไม่น้อย สำหรับ เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา พัฒนาขึ้นโดย บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ เทอร์มินอล 21 อโศก รวมถึง เดอะ พรอมานาด อาณาจักรค้าปลีกของเจ้าสัวอนันต์ อัศวโภคิน แลนด์แอนด์เฮาส์ ภายใต้งบลงทุนกว่า 6000 ล้านบาท บนพื้นที่ 32 ไร่ บอสใหญ่ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อนันต์ อัศวโภคิน เคยให้สัมภาษณ์กับทาง …

เปิดวิธีขอ “ไฟเกษตร” สำหรับใช้เพื่อการเกษตรใน “สวนเเละไร่นา”

เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า ไฟเกษตร คืออะไร? ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น โดยเกษตรไทยสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรี โดยสามารถทำตามเกณฑ์ได้ดังต่อไปนี้ เอกสารที่ต้องเตรียม 1.สำเนาทะเบียนบ้าน 2.สำเนาโฉนดที่ดิน 3.สำเนาบัตรประชาชน 4.ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 1.หลักเกณฑ์การขอใช้ไฟฟ้าฟรี สำหรับเกษตรกรที่ใช้ใน ไร่นาหรือสวน ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใด ๆ ของทางราชการ 2.ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก 3.สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้ 4.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า 5.ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่าง ๆ 6.ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่ 7.เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย 8.ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน 9.ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต) ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า 5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 …

สำหรับผู้หญิง การที่เป็น​ “โสด” นั้นยังไม่น่ากลัว เท่ากับการไปรักคนผิด

วันนี้เรามีข้อคิดดีสำหรับสาวโสดที่ยังไม่มีคู่ ให้คุณคิดไว้เสมอว่าการเป็นโสดนั้นดี​ กว่าการไปรักคนผิด เพราะมันอาจทำให้ชีวิตของคุณพังได้และความจริงนั้นการที่เราเป็นโสดมันอาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมาก็ได้เหมือนกับบทความที่เราจะมาบอกในวันนี้ ผู้หญิงหลายคนยังรู้สึกกังวล…ว่าทำไมถึงยังไม่มีคนรักเหมือนคนอื่นเขา หรือป่านนี้ทำไมยังไม่เจอใครสักคนที่จะมาเป็นแฟนสักที ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้หน้าตา ขีเหร่มากมาย หน้าที่ หรือการศึกษาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย บางคนอาจจะรู้สึกอาย เวลาเข้าสังคมเจอเพื่อน เจอคนรู้จักมักจะถามไถ่เสมอว่า มีแฟนรึยัง คำถามนี้ เป็นคำถามที่ไม่อยากได้ยินเลยสำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน อยากบอกผู้หญิงทุกคนที่กำลังโสดว่า “ อย่าอาย ” อย่ากลัวไปเลย ที่ต้องเดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว ถึงมันจะเหงาไปบ้าง แต่มันก็ไม่น่า กลัว เท่ากับการไปรักคนผิด หรือเจอคน ไม่ดี ลองนึกภาพหากเราต้องนอนร้องไห้ ทุกวันเพราะโดน นอก ใจ หากเราต้องถูก ทำร้ายร่างกาย เพราะเขาไม่พอใจ ทุกคนเกิดมา มีบุญกรรมมาไม่เท่ากัน การมีคู่ดี ถือว่าเป็นเรื่องดี มีบุญวาสนาดี ถ้าเจอคู่ ไม่ดี ก็โชคร้ายรับกรรมไป สมัยนี้ใครไม่มีคู่ ให้คิดเสีย ว่าเรายังพอมีบุญอยู่บ้าง เพราะจะหาใครสักคนที่รักเราและพร้อมจะอยู่ดูแลกันไปจน แก่เฒ่า มันหายาก หรืออาจไม่มีเลย ดังนั้นอย่าอาย หากต้องอยู่เป็นโสด ใช้ชีวิตให้มีคุณค่าทำสิ่งดีให้กับตัวเองและคนอื่น คิดดี ทำดีเข้าไว้ หากคู่ของเรามีจริง และมีวาสนาต่อกันพอ ผลบุญนั้นจะนำพาคนดี เข้ามาในชีวิตเราเอง …

ผอ.เยี่ยมบ้านเด็กหญิง ชั้น ป.4 อาศัยอยู่กับตา-ยาย ขุดมันมาต้ม ประทังชีวิต

วันนี้เราขอนำเสนออีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวเน็ต เมื่อชูชีพ นฤสุข ผู้อำนวยการของโรงเรียนประชาราษฎร์สามัคคีอำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมาโพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนอารมณ์ ของเด็กหญิงรายหนึ่ง ที่ชื่อว่าน้องเพลิน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวเผยว่า น้องเพลินกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชาราษฎร์สามัคคีโดยเธอมีน้องสาวอยู่ 2 คนกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 1 และชั้นประถมปีที่ 1 โดยผอ. รายดังกล่าวได้โพสต์ระบุผ่าน Facebook ส่วนตัวเอาไว้ดังนี้ “บ้านหนูไปทางนี้ค่ะ” เสียงของเธอคอยบอกให้ผมขับรถไปตามทางที่ลัดเลาะเข้าไปในป่า ด้วยใจที่ลุ้นว่าจะถึงหรือยัง ด้วยสภาพที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าถนนได้ไหม ในใจก็คิดว่าถ้าเป็นหน้าฝนเธอจะมาโรงเรียนได้อย่างไรกัน ณ ที่กลางหุบเขามีกระท่อมหลังเล็ก ๆ ตั้งอยู่ ซึ่งเธอเรียกว่าบ้าน ถึงแม้จะไม่สามารถกันแดด กันลม กันฝนได้มากนัก แต่ก็พอให้ครอบครัวหนึ่งได้พักอาศัย ตากับยายเล่าว่าแม่เธอเอามาให้เลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ อาศัยน้ำข้าวผสมน้ำตาลให้เธอกิน อีกไม่นานนักแม่ก็เอาน้องมาให้อีกสองคน ยายก็ป่วยเป็นโรคกระดูกเสื่อม ทำให้ตาต้องรับภาระดูแลทั้งสี่คนเพียงลำพัง บางวันไม่มีข้าวหุงก็จะหาขุดมันมาต้มให้ยายและหลาน ๆได้กิน ในวันที่ฝนตกลมแรง ก็จะพายายและหลานๆไปหลบอยู่ในเตาเผาถ่าน วันไหนตาไม่สบาย เธอและน้องๆก็จะไม่ได้มาโรงเรียน เด็กหญิงศิรินภา พิศนอก (น้องเพลิน) เธอเป็นกำลังสำคัญในการช่วยตาทำงานบ้าน หุงข้าวล้างจาน และดูแลน้อง ๆ ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว เธอไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก และไม่ต่อว่าโชคชะตา แต่เธอจะทำหน้าที่พี่สาวดูแลน้อง ๆ ให้ดีที่สุด บ้านน้องอยู่ในป่าผาชมภูไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ ขอเชิญเข้ามาติดต่อที่โรงเรียนประชาราษฎร์สามัคคี โทร …

น้ำตาท่วมจอ หนุ่มร้องเพลงข้ามคืนให้แม่ฟัง ก่อนแม่จะจากไป แบบไม่มีวันกลับ

สำหรับรายการ “Fanwars ดาวปั้นดาว” เป็นรายการใหม่ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียวในขณะนี้ ซึ่งรูปแบบรายการนั้นจะให้เหล่าซุปตาร์เมืองไทย 15 คน ที่กลายมาเป็น Fanclub พาคนที่ตัวเองรู้จักมาแข่งขันร้องเพลงประชันฝีมือกันในรายการ แถมยังพลิกประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทย โดยการเปลี่ยนให้คนธรรมดามาเป็น Super Star แต่ดูเหมือนว่าแค่ EP แรก ก็ทำเอาสะเทือนใจสุด ๆ เมื่อหนุ่ม “ริท เดอะสตาร์” ได้พา”รุกกี้ฟ้า” ร้องเสียงดีมาเล่าเรื่องราวชีวิตสุดดราม่าที่คุณแม่นั้นอยากเป็นนักร้อง แต่ครอบครัวไม่เอื้ออำนวย เลยผลักดันให้ลูกชายด้วยการส่งเรียนร้องเพลงตั้งแต่เด็ก แต่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเลยทำให้ รุกกี้ฟ้าร้อง ต้องทำงานหาเงินช่วยครอบครัวใช้หนี้ และส่งตัวเองเรียน จนได้มาร้องเพลงที่ร้านอาหาร แต่ก็ต้องมาเจอเรื่องร้ายอีก เมื่อคุณแม่นั้นป่วยเป็นมะเร็งเต้านม เงินที่หามาได้และเวลาที่ควรจะมีความสุขในชีวิต กลายเป็นว่าจะต้องอยู่กับคุณแม่ที่ป่วยโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จนถึงวันที่มะเร็งลุกลามไปที่กระดูกและปอด คุณแม่ถูกส่งไปห้องฉุกเฉินรุกกี้ฟ้าร้องก็ไปกับแม่ด้วย คุณแม่จะรู้ดีว่าลูกจะต้องทำงานทุกวันจะต้องไปร้องเพลง แต่วันนั้นเป็นวันที่คุณแม่ไม่ไหวแล้ว คุณแม่เลยขอลูกว่าไม่ไปได้ไหม แม่ก็ต้องดูแลวันนั้น รุกกี้ฟ้าร้อง เลยบอกแม่ว่าขอไปแปบเดียวไปทำงานให้เสร็จแล้วจะรับกลับมา รุกกี้ฟ้าร้องกลับมาหาคุณแม่ช่วงเที่ยงคืนสิ่งที่คุณแม่ขอคืนนั้นคือให้รุกกี้ฟ้าร้อง ร้องเพลงให้แม่ฟัง รุกกี้ฟ้าร้อง ร้องเพลงให้แม่ฟังตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้าไม่ยอมกลับบ้าน ก่อนที่เช้ามาพบว่าแม่ได้เสียแล้ว น้ำตาท่วมจอ หนุ่มร้องเพลงสุดท้ายให้แม่ฟัง ก่อนสิ้นใจ คลิกชมคลิป แหล่งที่มา: WorkpointOfficial / khobkhao เรียบเรียงโดย baansuann.com

สองตา-ยาย เดินจูงมือกันมาทานข้าวทุกเช้า เห็นแล้วต้องยิ้มตาม

การมีความรัก ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ และความรักเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่อน คนรอบข้างครอบครัว และความรักในรูปแบบคู่ชีวิต แน่นอนว่าทุกต้องการเจอความรักในแบบที่ไม่ฟื่นและดูแลกันไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกันกับคุณยายและคุณตาคู่นี้ ที่ใคร ๆ เห็นก็อิจฉา เมื่อมีชาวเน็ตท่านหนึ่งได้เผยภาพของคุณตาคุณยายที่กำลังเดินจูงมือกัน โดยเขาบอกว่าจะเห็นเกือบทุกเช้า และทุกครั้งที่มาจะใส่เสื้อ โทนสีเดียวกัน แล้วเห็นแบบนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เลยจ้า สีเหลือง โทนชมพู สีเขียว สีฟ้า นี้แหละคะเขาเรียกว่าคู่ชีวิตเห็นแล้วยิ้มตามละอิจฉาเป็นอย่างมากเลยค่ะ การที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็คงไม่จำเป็นว่าต้องดี 1OO% แต่ต้องรู้จักให้อภัย เข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วจะเป็นคู่รัก เช่นกับคุณยายและคุณตาคู่นี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับคู่รัก เจอรักแบบนี้ทุกคู่นะคะ แหล่งที่มา: Oak Kongpob / tkvariety เรียบเรียงโดย baansuann.com

ลุงยอมทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างที่นครปฐม เพราะเบื่อชีวิตเดิม ๆ อยากใช้ชีวิตเดินไปเรื่อย ๆ

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาติดตามเรื่องราวที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังเพจเฟซบุ๊ค วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้โพสต์เรื่องราวของคุณลุงคนหนึ่งที่เดินทางมาจากจังหวัดนครปฐม ลุงแกมีบ้านทุกอย่างที่นครปฐม แต่ลุงแกเบื่อ ๆ อยากเดินไปเรื่อย ๆ ไม่อยากใช้ชีวิตเดิม ๆ โดยทางเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ” วันนี้ผมได้พบกับเหตุการณ์ เหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งไม่พบเจอกับลุงคนนี้ ซึ่งแกไม่ใช่คนบ้า แก่สติสัมปชัญญะครบถ้วน ได้สอบถามพูดคุยกับแก แล้วได้ข้อสรุปว่า ลุงคนนี้ได้เดินทางมาจากนครปฐมแล้วไปลงรถที่สุรินทร์ แล้วต่อจากนั้นลุงแกก็เดินทางจากสุรินทร์มาถึงอุบลราชธานีด้วยการเดินเท้า ถามแกว่าแกจะไปไหน ลุงแกก็บอกว่าอยากออกมาใช้ชีวิตอยากเดินไปเรื่อย ๆ เบื่อกับชีวิตประจำวันในทุกอย่าง เบื่อกับงานกับทุกสิ่งทุกอย่าง แกมีบ้านมีทุกอย่างที่นครปฐม แต่แกทิ้งมันแล้วออกมาเดินไปเรื่อย ๆ ผมก็นั่งฟังรู้สึกปลาบปลื้มยินดี ผมก็ได้ให้เงินจำนวนนึง ใครที่พบเห็นแกเดินผ่านเส้นทางจากวาริน – พิบูล ใครพบเห็นก็ฝากช่วยกันดูแลด้วยนะครับ” อย่างไรก็ตาม จะเป็นคำพูดของลุงแค่นั้น ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอทีมงานตรวจสอบอีกครั้ง แหล่งที่มา: เพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี / ให้ความรู้ เรียบเรียงโดย baansuann.com

123...31Page 1 of 31