Home เกษตรเกร็ดความรู้

เกษตรเกร็ดความรู้

ปฏิทินปลูกผัก ปลูกผักตามฤดู โตไวดูแลง่าย ทำแบบนี้มีผักกินตลอดทั้งปี

สำหรับการปลูกผักสวนครัว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปลูกตามฤดูการ ซึ่งพืชผักแต่ละชนิดเติบโตได้ดีในแต่ละฤดูที่แตกต่างกัน วันนี้จึงมี ปฏิทินปลูกผัก มาฝากค่ะ ใครที่ชอบปลูกผักสวนครัววต้องรู้ไว้ วิธีการนี้ทำหมดปัญหา ปลูกผักไม่โต โตช้า ผลผลิตไม่ดี ซึ่งปฏิทินปลูกผักจะช่วยให้พืชออกผลผลิตงอกงาม เกษตรกรมือใหม่ที่อยากปลูกพืชผักได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ดู ว่าฤดูไหน สภาพอากาศแบบไหน ควรปลูกอะไรดี ปลูกผักในฤดูร้อน ผักที่ปลูกต้องทนร้อนทนแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ ผักสวนครัวบางชนิดก็ต้องหมั่นรดน้ำเป็นประจำ ทั้งเช้าและเย็น หมั่นพรวนดินให้ร่วนซุยอยู่ตลอดเวลา ต้องทำการคลุมดินด้วยฟางข้าวหรือเศษหญ้าด้วยเพื่อเป็นการเก็บรักษาความชื้นในดินให้ได้มากที่สุด ปลูกผักในฤดูฝน ถือเป็นฤดูที่เหมาะกับการปลูกผักมากเนื่องจากน้ำดีดินดี แต่นั่นก็รวมไปถึงวัชพืชที่เติบโตได้ดีเช่นกัน จึงต้องขยันถอนหรือกำจัดวัชพืชอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ผักสวนครัวของเราได้รับอาหารและเติบโตเต็มที่ หากมีการปลูกในกลางแจ้งหรือพื้นที่โล่ง ควรสร้างหลังคาหรือหาตาข่าย มาบังเพื่อลดแรงของน้ำฝน หรือจะใช้ฟางหรือหญ้าแห้ง มาคลุมดินเพื่อกันการทำลายหน้าดินก็ได้ สำหรับเรื่องเชื้อราที่มาพร้อมกับฤดูฝน อาจจะใช้วิธีธรรมชาติเข้าสู้อย่างเช่นน้ำสมุนไพรที่มีรสขมและรสฝาด เช่น ผงฟ้าทะลายโจน กระเทียมตำแหลก มาผสมกับน้ำ แล้วฉีดไปยังพืชผักหลังจากฝนตก ปลูกผักในช่วงฤดูหนาว พืชผักหลายชนิดมักให้ผลผลิตที่ดี แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างมากในเรื่องของศัตรูพืชและโ ร คต่างๆพืชเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศเย็นจัดและมีน้ำค้าง มักเอื้ออำนวยต่อการแพร่ระบาด อาจป้องกันและกำจัดด้วยน้ำหมักสมุนไพรธรรมชาติ แต่ละฤดูควรปลูกอะไร? ฤดูร้อน(กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม) พืชที่ควรปลูก คือ ถั่วผักยาว ถั่วพู ผักกาดหอม บวบ ผักชี ผักกาดขๅว ข้าวโพด ฝักทอง …

ชี้ทางรวย!! สอนเลี้ยง ปลาหลด บอกละเอียดทุกขั้นตอน เลี้ยงง่าย ขๅยดี

ปลาหลด เป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันมานานซึ่งเป็นปลาที่นิยมนำมาประกอบอาหารในรูปปลาสด ปลาตากแห้ง หรือทำปลาเค็ม วันนี้ขอนำเสนอการเลี้ยงปลาหลดเป็นอาชีพ บอกเลยว่าอาชีนี้สร้างรายได้ดีไม่น้อย เนื่องจากปลาหลดขๅยได้ราคาดี แถมยังลงทุนไม่มาก ปลาหลดคนไทยนำมาทำอาหารหลากหลายเมนูเนื่องจากเนื้อลำตัวด้านข้างจะให้เนื้อแน่น ไม่มีก้าง เนื้อนุ่ม มีรสมัน โดยในช่วงฤดูฝนถึงปลายฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่จับปลาหลดมารับประทานมาก บางพื้นที่มีเกษตรกรนำมาจำหน่ายตามตลาดสด ตลาดหมู่บ้าน ซึ่งมีราคาประมาณ 50-120 บาท/กิโลกรัม เลยทีเดียว สามารถเลี้ยงปลาหลดได้ทั้งบ่อดินและบ่อซีเมนต์ โดยที่บ่อซีเมนต์ไม่ต้องมีความสูงมากก็ได้ เนื่องจากว่าปลาหลดเป็นปลาที่ไม่กระโดด อาจจะใช้บ่อซีเมนต์ที่มีความสูงเพียง 50 ซม. ก็เลี้ยงได้แล้ว ข้อดีของการเลี้ยงด้วยบ่อซีเมนต์นั้นจะทำให้เราสามารถควบคุมการหนีออกจากบ่อของปลาได้ เนื่องจากว่าปลาหลดจะไม่สามารถมุดหนีได้เหมือนกับบ่อดินทั่วไป วิธีเลี้ยงปลาหลด การเลี้ยงปลาหลด สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดิน และบ่อซีเมนต์ ขนาด 400x400x50-70 เซนติเมตร ผิวบ่อฉาบเรียบและทำให้ลาดเอียง ประมาณครึ่งบ่อ เพื่อให้ทรายปนดินเหนียว ใส่ผักบุ้งไว้เป็นร่มเงา เติมน้ำให้ท่วมดินทราย ประมาณ 40 เซนติเมตร ปล่อยปลาหลดขนาดความยาว 3-4 นิ้ว จำนวน 2,000-2,500 ตัวควรวางโพรงไม้ไผ่หรือท่อน้ำเก่าๆ ให้ปลาได้หลบอาศัย ส่วนการเลี้ยงในบ่อดิน ต้องมีการเตรียมบ่อที่ดี เช่นเดียวกับการเลี้ยงปลาชนิดอื่น อาจมีการกันดินขอบบ่อโดยใช้มุ้งเขียว ล้อมขอบบ่อไว้ การเพาะและขยายพันธุ์ปลาหลดสามารถทำได้ด้วย 3 วิธี คือ 1 …

เเจกสูตรปุ๋ยหมัก ทำจากเศษอาหารในครัว บำรุงหน้าดิน ต้นไม้โตไว ไร้กลิ่นเหม็น

วันนี้เรามีวิธีกำจัดขยะเศษอาหารในบ้านง่าย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ เป็นการทำถังขยะเปียกหรือบ่อขยะเปียก ตามแบบฉบับของ คุณ สมาชิกหมายเลข 2217722 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม บอกเลยนอกจากจะช่วยละขยะอินทรีย์แล้ว ยังทำให้ได้ปุ๋ยหมักชั้นดีไว้ใช้จัดสวนสวยอีกด้วย สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้จะพามาชมบ่อขยะเปียกรักโลกกันค่ะ โดยมีวิธีทำ คือ ทำบ่อ 2 บ่อ จะใช้เป็นบ่อซีเมนต์หรือถังดำก็ได้แล้วแต่สะดวกและแล้วแต่ขนาดที่ต้องการ เจาะให้มีรูหรือช่องด้านล่าง และมีฝาปิดด้านบน โดยสาเหตุที่ทำ 2 บ่อ เพื่อจะได้ใส่สลับกันตอนอีกบ่อเต็มและรอการย่อยสลาย หลังจากใส่ขยะลงไปแล้ว ให้ใส่ EM และกากน้ำตาลตามลงไปด้วย เพื่อช่วยให้ย่อยสลายและไม่ทำให้ส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งประโยชน์ของ EM คือ ช่วยปรับสภาพดิน น้ำ อากาศให้ดีขึ้น สามารถเปลี่ยนสภาพความเป็นกรด-ด่างให้สมดุล เพิ่มประสิทธิภาพในการหมักและการย่อยสลาย ทำให้เกิดสารอาหารเป็นปุ๋ย ลดการใช้สารเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า สามารถป้องกันเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชและสัตว์ได้ ส่วนประโยชน์ของกากน้ำตาล คือ มีธาตุอาหารที่ครบถ้วน ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหมักชีวภาพ เป็นแหล่งอาหารสำคัญเพื่อให้จุลินทรีย์ผลิตกรดเติบโต ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางธาตุอาหาร และกลิ่นของน้ำหมักไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น โดยจะทำการใส่ในบ่อแรกก่อน เมื่อบ่อแรกเต็มแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้ย่อยสลาย ระหว่างนั้นเราก็ใส่ขยะในบ่อที่ 2 ไปเรื่อย ๆ เมื่อบ่อที่ 2 เต็มแล้ว …

รายได้ดีไม่มีตก เลี้ยงมดแดง จำหน่ายไข่มดแดง อาหารราคาแพงขๅยได้ทั้งปี

ไข่มดแดง เป็นอาหารของชาวอีสาน ปัจจุบันได้รับความนิยมทั่วทุกภาค ซึ่งราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว สำหรับไข่มมดแดงจะออกเป็นบางฤดู วันนี้เรานำวิธี เลี้ยงมดแดง แบบคอนโดเพื่อเอาไข่มดแดงมาฝากครับ เเถมไข่มดเเดงยังเป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคสามารถนำไปขๅยหรือนำไปเเปรรูปเป็นอาหารได้หลายชนิด เเถมยังมีราคาที่ค่อนสูงตลอดทั้งปี เพราะว่าการจะหาไข่มดเเดงมารับทานนั้นไม่ใช้เรื่องง่ายๆ อาจารย์ไพรัตน์ ชื่นศรี แห่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน บ้านแสงจันทร์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงมดแดงนอกฤดูไว้ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับการเลี้ยงมดแดง 1.ขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาดใหญ่ 1.25 ลิตร พร้อมฝาจำนวน 5 – 10 ขวด 2. เชือกด้ายสีแดง(ไนล่อน)ความหนาขนาดเชือกว่าว 3. กิ่งไม้ ความยาว 1 ฟุต จำนวน 10-20 อัน เพื่อทำเป็นสะพาน ทางลงไปกินน้ำและอาหาร 4. ลวด ขนาดยาว 1-2 ฟุต หรือตามขนาดรอบวงของต้นไม้ 5-10 ขด 5. เศษอาหาร พวกกระดูก ก้างปลา หัวปลา ปู กุ้ง เศษอาหารอื่นที่ หาได้ และน้ำ 6. มีดเล็ก คัทเตอร์ …

ไม่ถูกหวยก็รวยได้! “เลี้ยงกุ้งในบ่อซีเมนต์” ขั้นตอนไม่ยาก รายได้เดือนละครึ่งแสน

อีกหนึ่งช่องทางสร้างการอาชีพ ที่สร้างรายได้ไม่น้อยเลย นั้นก็คือ “ เลี้ยงกุ้ง ในบ่อซีเมนต์” ซึ่งวันนี้เรานำวิธีการเลี้ยงทุกขั้นตอนมาบอกต่อ ใครที่สนใจ เซฟขั้นตอนนี้เก็บไว้เลยนะคะ แนะนำว่าให้เริ่มทำจากเล็กๆ จะได้ไม่ลงทุนมาก หลายกระแสเสียงที่บอกว่านี่มันคือการตลาดของคนเพาะลูกกุ้งขๅย เขาก็อยากขๅยลูกกุ้งให้เอาไปเลี้ยง ดีไม่ดีเขาไม่รู้รู้แต่ว่าเขาขๅยพันธุ์ลูกกุ้งได้ หรือบางคนก็บอกว่าเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงน้อยไม่คุ้ม เลี้ยงมากก็ต้นทุนเยอะ ทั้งค่าพันธุ์กุ้ง ค่าโรงเรือน ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ อัตราการรอด จับขๅยจริงจะได้สักกี่ตัว ไหนจะราคาขๅยที่ไม่ได้มากมายนัก ซึ่งต่างความคิดต่างเหตุผลแต่โดยส่วนตัวถึงได้ย้ำว่าถ้าจะลุยในอาชีพนี้จริงๆ ลองมาเลี้ยงกันสักบ่อ 2 บ่อ เป็นการเริ่มต้นให้รู้ว่าอะไรคือปัญหา จะเลี้ยงแบบไหนอย่างไรให้รอด ค่อยๆสะสมประสบการณ์ไป ถ้าทำแล้วเริ่มดีก็ค่อยขยายกิจการให้มากขึ้นในภายหลัง สิ่งที่ต้องมีในการเลี้ยงกุ้งบ่อซีเมนต์ บ่อปูนขนาด 3×3 ม. ลึกประมาณ 60 ซม. ส่วนใหญ่ใช้รองซีเมนต์ซื้อจากร้านก่อสร้างเอามาก่อทำบ่อ ในเบื้องต้นแนะนำให้ทดลองทำสัก 1-2 บ่อก่อน เครื่องทำออกซิเจน ราคาประมาณ 500-700 บาท พันธุ์กุ้ง อาหารอนุบาลกุ้ง ทั้งพวกอาหารเม็ด และอาหารสด เช่นไรแดง เกลือแกง สำหรับกำจัดเชื้อในน้ำ ท่อพีวีซี สำหรับการเดินระบบระบายน้ำในบ่อ และอีกส่วนสำหรับให้กุ้งหลบอาศัย วิตามินสำหรับกุ้ง และผงแร่ธาตุ …

เคล็ดลับปลูกมะละกอให้ลูกดก ลูกโต ด้วยวิธี แกล้งมะละกอ ให้เป็นกะเทย

มะละกอ เป็นพืชที่นิยมปลูกเป็นพืชผักสวนครัวประจำบ้าน โดยเฉพาะภาคอีสาน วันนี้เรามีวิธีปลูกมะละกอให้ลูกดก ด้วยการ แกล้งมะละกอ ให้เป็นกะเทย ขั้นตอนง่ายที่จะทำให้มะละกอลูกดก มะละกอมี 3 แบบ คือ 1 มะละกอตัวผู้(ดอกมีเกสรตัวผู้) ดอกจะมีลักษณะเป็นพวง โอกาสติดลูกจะมีน้อยมาก 2 มะละกอตัวเมีย(ดอกมีเกสรตัวเมีย) ดอกจะมีลักษณะตูม คล้ายๆดอกกระดังงาผลกลม ข้างในกลวง เนื้อบาง ไม่อร่อย 3 มะละกอกระเทย(ดอกสมบูรณ์เพศดอกที่มีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน) ถือเป็นมะละกอในแบบที่เกษตรกรชอบ ดอกเรียวรีเล็ก คล้ายดอกจำปี ผลเรียวรียาว เนื้อแน่นหนา ให้ลูกดก วิธีแกล้งมะละกอกะเทย 1.ขั้นตอนแรกให้นำมีดมากรีดต้นมะละกอให้เป็นริ้วๆสัก 4-5 เส้น เพื่อสะดวกต่อการโน้มต้นลงมา 2.ทำการโน้มต้นมะละกอลงมาแล้วนำเสามาปักไว้แล้วจึงเอาเชือกมัดต้นมะละกอยึดกับเสาไว้จากนั้นทำการรดน้ำทุกวันแล้วดูแลบำรุงตามปกติ ต้นมะละกอก็จะให้ผลผลิต ดังรูป 3.เมื่อระยะเวลาผ่านไปมะละกอจะออกกยอดใหม่กิ่งใหม่ตรงจุดที่เรากรีดไว้ ซึ่งสามารถนำไปตอนต่อได้เลยค่ะ การแกล้งมะละกอแบบนี้จะทำออกลูกดกเนื้อแน่นเหมือนมะละกอกะเทยโอกาสที่จะเป็น 20-30% ค่ะ   แหล่งที่มา : readykids.info

สุดยอดสูตร “น้ำหมักมะกรูด” ฉีดผักเเมลงร้ายกลัว เร่งพืชผักให้โตไว

สำหรับใครที่ปลูกผัก ไม่ว่าแปลงเล็กแปลงใหญ่แล้วมี เเมลงกวนใจ วันนี้ขอนำเสนอสูตร น้ำหมักมะกรูด สูตรนี้เป็นการหมักจุลินทรีย์ สรรพคุณช่วยเร่งพืชให้สวยงาม ไล่เเมลงออกจากพืช แถมยังใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดได้อีกด้วย ขั้นตอนง่ายๆ ที่ได้ประโยชน์เยอะแถมยังลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย วัตถุดิบที่ต้องเตรียม 1.มะกรูด 3 กิโลกรัม 2.น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม 3.นมเปรี้ยว 1 ขวด 4.น้ำสะอาด 6 ลิตร 5.จุลินทรีย์ตั้งต้น 4 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ) ขั้นตอนวิธีการทำ 1.นำมะกรูดมาล้างทำความสะอาดคราบโคลนคราบฝุ่นออกให้หมดจด จากนั้นนำใส่ถังหมัก 2.นำน้ำตาลทรายแดง มาใส่ตามลงไป (น้ำตาลทรายแดงจะทำหน้าที่เป็นอาหารให้จุลินทรีย์และดึงสารสกัดภายในมะกรูดออกมา) 3.นำนมเปรี้ยวขวดเล็กมาใส่ตามลงไปเพื่อช่วยให้เกิดกระบวนการย่อยสลาย 4.ใส่จุลินทรีย์ตั้งต้นตามลงไป ใครไม่มีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ ( แต่ถ้าใครเคยหมักไว้แล้วก็ให้นำน้ำหมักที่ได้มาใส่เป็น จุลินทรีย์ตั้งต้น จะช่วยเร่งให้เกิดปฎิกิริยาในน้ำหมักเร็วขึ้น ) 5.ขั้นสุดท้ายใส่น้ำสะอาดตามลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว 6.หมักส่วนผสมทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 15 วัน ก็สามารถใช้ได้แล้ว (ถ้ายิ่งหมักนานกว่านั้นประมาณ 1-2 เดือน จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของหัวเชื้อมะกรูดได้ดียิ่งขึ้นค่ะ) อัตราส่วนในการใช้ ใช้ทางการเกษตรกำจัดหนoนชอนใบ และเเมลงต่างๆ ใช้อัตราส่วน 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ …

นมที่หมดอายุแล้ว อย่าทิ้ง สามารถนำมาใช้บำรุงเร่งดอกเร่งผลต้นไม้ ปลูกผักก็งอกงาม

ในวันนี้เราจะมาพูดถึงนมที่หมดอายุ นมที่เรานั้นไม่สามารถนำมาดื่มได้แล้ว ต้องทิ้งอย่างเดียว แต่เดียวก่อนค่ะ นมหมดอายุนั้นยังมีประโยชน์อีกมากค่ะ เพราะนมหมดอายุนั้นสามารถใช้บำรุงผัก เร่งดอกเร่งผลดี เวลาที่เราซื้อนมกล่องมาหรือนมที่ลูกกินเหลือจากโรงเรียน หรือรับประทานไม่ทัน ก็จะหมดอายุเร็ว และต้องทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ถึงแม้จะหมดอายุแล้วก็ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับพืชผักของเราได้ดีเลยล่ะ โดยการนำมาทำเป็น ฮอร์โมนนมสด ช่วยบำรุงพืชผักให้เจริญเติบโต แข็งแรง และ เร่งดอกเร่งผลได้ดีอีกด้วย สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียม 1. เกลือป่น 1 ช้อนชา 2. นมสดจืด 1 กล่อง (จะใช้นมที่หมดอายุแล้วก็ได้) 3. เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อใดก็ได้ 1 ฝา 4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา (ใช้เมื่อนมที่ใช้เป็นแบบหมดอายุแล้ว) 5. ผงชูรส 1 ช้อนชา สำหรับขั้นตอนในการทำ 1. เริ่มแรกให้เทนม ที่เตรียมไว้ใส่ชามสำหรับผสม แล้วค่อยใส่ผงชูรส เกลือ น้ำตาล และเครื่องดื่มชูกำลังตามลงไป ในปริมาณที่ระบุไว้ข้างต้น 2. จากนั้นก็คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วค่อยนำมากรองใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว โดยไม่ต้องทำการหมักแต่อย่างใด เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฮอร์โม นนมสดไว้สำหรับใช้บำรุงพืชผักของเราให้สวยงามแล้ว อัตาส่วนและวิธีการใช้ : ให้ใช้ฮอร์โมนนมสด1 ช้อนชา …

เกษตรน่ารู้! ปลูกผักบุ้ง ในโอ่ง ยอดสวย ต้นอวบ ลงทุนน้อย เก็บกินเก็บขายได้ตลอดปี

วันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือก สร้างรายได้ในเวลาว่างมาฝากครับ เป็นการ ปลูกผักบุ้ง ในโอ่ง ซึ่งการปลูกผักบุ้งด้วยดีตรงที่ไม่ต้องดูแลให้ยุงยาก หมดปัญหาเเมลงกวนใจ ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนมากีกด้วยครับ สำหรับอุปกรณ์การปลูกผักบุ้งในโอ่ง -โอ่งมังกร อาจจะเป็นโอ่งใหม่สภาพดีหรือโอ่งที่รั่ว ร้าว เเตกแล้ว ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเจาะก้นโอ่งนะครับ -ตะกร้าพลาสติก ไว้สำหรับทำแปลงปลูก ควรมีขนาดเล็กกว่าก้นโอ่งเล็กน้อย หรือไม่มีก็ได้ถ้าก้นโอ่งไม่รั่ว -ดินสำหรับปลูก ใช้ดินร่วนซุยหรือปลูกผักทั่วไป -กระสอบป่าน หรือกระสอบปุ๋ยเก่า ไม้กระดาน หรือตาข่ายเก่า ไว้สำหรับคลุมปากโอ่ง วิธีปลูก 1. นำดินปลูกที่ผสมแล้วใส่ตะกร้าที่เตรียมไว้ หรือนำดินที่ผสมแล้วใส่ลงในก้นโอ่ง ให้มีความสูงจากก้นโอ่งประมาณ 3-5 นิ้ว ถ้าก้นโอ่งไม่มีรอยรั่วไม่ได้เจาะ ก็ให้ดินสูงนิดหน่อยเพื่อการระบายน้ำเวลารดน้ำผักบุ้ง 2. ใช้เมล็ดผักบุ้งหยอดลงไปในดิน แต่ไม่ควรแน่นจนเกินไป รดน้ำพอชุ่ม 3. เมื่อผักบุ้งแทงยอดอ่อน แล้วเริ่มใช้กระสอบเก่า หรือตาข่าย ปิดบังแสง แต่ให้อากาศผ่านได้ 4. ยอดผักบุ้งสูงเกือบถึงปากโอ่ง จึงสามารถตัดยอดไปรับประทานได้ สูตรน้ำหมักชีวภาพสำหรับบำรุงดิน – น้ำเปล่า – ผักบุ้ง 2 กิโลกรัม – หยวกกล้วยอ่อน 3 กิโลกรัม – …

แนะนำวิธีการ เพาะถั่วงอกในแก้วกาแฟ เพาะกินเองได้ล่าย ๆ 3 วันเก็บได้

เพื่อน ๆ ทราบกันหรือไม่ว่า การเพาะถั่วงอกใคร ๆ ก็เพาะได้ เนื่องจากเพาะง่ายและได้ผลรวดเร็ว วันนี้จึงขอนำเสนออีกหนึ่งเทคนิคเพาะถั่วงอกโดยการใช้แก้วกาแฟกันค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ถั่วเขียวเกรดเอ 2. น้ำสะอาด 3. แก้วกาแฟเหลือใช้ 4. กระดาษทิชชู ขั้นตอนการเพาะ 1. ขั้นตอนแรกให้นำถั่วเขียวไปแช่น้ำอุ่นไว้ประมาณ 1 คืน แล้วจึงทำการคัดเมล็ดที่ลอยน้ำออก(เมล็ดที่ลอยน้ำคือเมล็ดเสียเพาะแล้วไม่ขึ้น) 2. จากนั้นให้นำกระดาษทิชชูพรมน้ำให้ชุ่มแล้วนำมาใส่ในก้นแก้วกาแฟ 3. ขั้นต่อมาให้หยอดเมล็ดถั่วเขียวลงในแก้วโดยเขี่ยให้เมล็ดอย่างซ้อนทับกันและอย่าให้แน่นมาก 4. จากนั้นนำแก้วมาซ้อนกัน 3 ชั้น แล้วแก้วไปตั้งไว้ในที่ห่างไกลแสง 5. ขณะเพาะให้หมั่นรดน้ำทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน ถั่วงอกก็เริ่มตันแก้วขึ้นก็พร้อมเก็บรับประทานได้แล้วค่ะ คุณประโยชน์ของถั่วงอก 1. ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัยเพราะอุดมไปด้วยวิตามินอีและซี มีสารต่อต้ๅนอนุมูลอิสsะอีกด้วย 2. ช่วยในการย่อยและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่าย เนื่องจากอุดมไปด้วยน้ำและไฟเบอร์สูง 3. ป้องกันมะเร็ง โพลีฟีนอลสารฟลาโวยอยด์ในถั่วเขียวและถั่วงอกมีฤทธิ์ทำลายสารพิម และป้องกันมะเร็งได้ เพาะง่ายและประโยชน์เยอะอีกด้วย ถือเป็นกิจกรรมทำกันในครอบครัวก็ดีไม่น้อยทีเดียว แหล่งที่มา: Sanook เรียบเรียงโดย baansuann.com

123Page 1 of 3