September 28, 2020
Home สุขภาพ

สุขภาพ

ยืดกล้ามเนื้อ คลายปวดเมื่อย ทำวันเช้า-เย็น บอกลาอาการปวดตามร่างกาย

วันนี้มีสาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพมาฝากกันค่ะ สำหรับใครที่ ปวดเมื่อย ตามร่างกายบ่อยๆ ลองทำตามนี้ รับรองว่าช่วยคลายเส้น อาการปวด จะหายไปได้อย่างง่ายดายเลย ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Nong Khai Basketball Club ได้โพสต์ภาพยืดกล้ามเนื้อและภาพ โดยระบุว่า – ปวดตรงไหนยืดตรงนั้น รวมท่ายืดกล้ามเนื้อส่วนล่าง ว่าแล้วเราไปดูกันเลยว่ามีท่าไหนกันบ้าง แต่ละภาพจะมีการระบายสีแดงเพื่อให้เราสามารถเห็นจุดที่ต้องการยืดกล้ามเนื้อได้ดีมากยิ่งขึ้น ท่านี้ยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ส่วนท่านี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อตั้งแต่หลังเท้าและส้นเท้า ไปจนถึงน่องด้านหลัง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ก็มีผ้าโยคะ สำหรับคนที่เดินนาน ยืนนาน หรือปวดบริเวณส้นเท้า สามารถใช้มือจับนิ้วเท้าทั้ง 5 จากนั้นให้ส้นเท้ากดลงไปที่พื้นดังภาพ ท่ายืดต้นขาด้านหลังไปจนถึงสะโพก ให้นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ จากนั้นก็ยกเท้าด้านใดด้านหนึ่งวางเป็นแนวราบกับพื้นบนเก้าอีกที่วางไว้ด้านหน้า ดังภาพ ใช้มือกดเข่าเพื่อให้ขๅวางราบเป็นแนวเดียวกัน ท่านี้ยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ให้เรายืนตรงจากนั้นงอเท้าหน้าหนึ่งไปทางด้านหลัง ใช้มือจับเท้าเอาไว้กดให้เท้าเข้าใกล้สะโพกมากที่สุด ท่านี้ให้นอนยกเท้าพาดผนัง กางขาออกให้มากเท่าที่จะทำให้ ค่อยๆทำ อย่าหักโหมตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เป็นการยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ท่าสุดท้ายให้เราชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศรีษะ จากนั้นใช้มือซ้ายจับมือขวากดให้เอียงมาทางซ้ายเล็กน้อย จนรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อบริเวณด้านขวาตึงๆ ในการทำครั้งแรกอย่าหักโหมมาก ค่อยๆทำทีละนิด อเพจ บัณฑิตกายภาพบำบัดและจัดกระดูก ที่โพสต์การทำท่ายืดกล้ามเนื้อในท่าต่างๆ หากใครมีปัญหาอะไรก็สามารถเข้าไปสอบถามในเพจได้ ในเพจยังมีความรู้ต่างๆ อื่นๆ อีกมากมาย   แหล่งที่มา : เพจ …

วันละแก้วกำลังดี ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟดำ” ป้องกันโรคหัวใจ

วันละแก้วกำลังดี ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟดำ” ป้องกันโรคหัวใจ กาแฟดำ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จาก ต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า เมล็ดกาแฟ คั่ว มีการปลูกต้นกาแฟในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว) เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมีส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เนื่องจากกาแฟมีคาเฟอีนซึ่งมีผลต่อสมอง ระบบประสาททำให้ไม่ง่วงนอน นอนดึกและสุดท้ายก็ส่งผลทางอ้อมต่อเราได้เช่นกัน หลายคนที่ชอบดื่มกาแฟแต่ไม่อยากอ้วนคงต้องหลีกหนีจาก วิปครีมหวานมันและกาแฟที่หวานๆ หันมาดื่มกาแฟดำแทน เพราะมีงานวิจัยออกมาว่าการดื่มกาแฟดำทำให้ร่างกายเกิดระบบเผาผลาญที่ดี ช่วยละลายไขมันในร่างกายได้ด้วย เห็นอย่างนี้แล้วเรามาดูสรรพคุณของกาแฟดำ 1. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัวได้ 2. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ บ่อยๆ จะมีไขมันชนิด HDL เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือด แข็งตัวได้ 3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ดื่มหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทน จึงลดความอ้วนได้ด้วย 4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ …

อายุเข้าเลข 4 ห้ามพลาด!! สูตรบำรุงเส้นเอ็น ทำเองง่าย ๆ ยืน วิ่ง ก็คล่องตัว

วันนี้ขอแบ่งปันเคล็ดลับสุขภาพ สูตร บำรุงเส้นเอ็น ที่ทำเองง่าย ๆ ใครที่อายุเริ่มมากขึ้นการบำรุงเส้นเอ็นเป็นเรื่องที่สำคัญมากโดยเฉพาะเส้นเอ็นหัวเข่า เพื่อให้การเดิน การลุกนั่งไม่ลำบาก แม้ว่ามันจะมีสารหล่อลื่นธรรมชาติเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในตัวมันเอง แต่มันก็อาจอ่อนแอลงได้หากมันได้รับบาดเจ็บ เพราะอวัยวะส่วนนี้เชื่อมต่อระหว่างร่างกายกับพื้นดิน เราจึงต้องคอยดูแลรักษาเส้นเอ็นเข่าให้แข็งแรงสมบรูณ์อยู่เสมอโชคดีที่มีสูตรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเข่าและช่วยเพิ่มการหล่อลื่นอีกเช่นกัน ส่วนผสมหลักของสูตรดังนี้ ได้แก่ เจลาติน, สับปะรด, อบเชย, และข้าวโอ๊ต ส่วนผสมทั้งหมดนี้อุดมไปด้วยซิลิคอน แมกนีเซียม บรอมีเลน และวิตามินซีเพียงคุณนำทั้งหมดนี้มาปั่นผสมให้เข้ากันและดื่มเพื่อสุขภาพ มันมีประสิทธิภาพสูงในการต้านการอักเสบและบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดให้ลดลงได้ เจลาตินธรรมชาติดีเลิศในการบำรุงเส้นเอ็นมันเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพเพราะมีโปรตีนคอลลาเจนอยู่สูงมาก ส่วนผสม 1.สับปะรดหั่นเป็นชิ้น 2 2.ถ้วยอบเชย 7 กรัม 3.ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย 4.เจลาติน (40 กรัม) 2 ช้อนโต๊ะ 5.น้ำส้มคั้นสด 1 ถ้วย 6.น้ำผึ้ง 40 กรัม 7.อัลมอนด์บด 40 กรัม 8.น้ำ 250 มล. วิธีทำ 1. เริ่มด้วยการนำข้าวโอ๊ตไปต้มให้สุกและเติมน้ำส้มลงไป 2. ถัดไปเติมเจลาติน น้ำผึ้ง อัลมอนด์บด อบเชย และชิ้นสับปะรดใส่ลงในเครื่องปั่นและผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน 3. …

สอนสูตรยาแก้ไอ ทำเองที่บ้าน ส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่าง บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ

อาการไอ แบบไม่สีสาเหตุหลายคนเป็นกันบ่อยมาก วันนี้เรานำ สูตรยาแก้ไอ ที่บอกเลยว่าบรรเทาอาการไอได้ดีเยี่ยม สูตรการทำง่ายมาก ที่สำคัญส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่าง เราไปดูวิธีทำกันเลยค่ะ – น้ำตาล 1 ถ้วย ขิง(เป็นผง) – 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ – น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา – กานพลูป่น 1/4 ช้อนชา – จากนั้นเคี่ยวไปเรื่อย ๆ ก็จะได้ยาแก้ไอแล้ว เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องไปง้อร้านยาอีกแล้ว แถมยังทำกินเองที่บ้านได้สบายชุ่มคอ ช่วยนี้ใครไอก็ทำกินที่บ้านได้เลยนะคะ ไม่ต้องออกจากบ้านไปซื้อยาให้ยุ่งยาก   แหล่งที่มา : liekr.com

ปัสสาวะบ่อย อันตรายกว่าที่คิด ส่อสัญญาณจากโรคร้ายหลายได้โรค

โดยปกติแล้วเราจะปัสสาวะ 3-5 ครั้งในตอนกลางวัน และช่วงเย็นประมาณ 1-2 ครั้ง ซึ่งหากการเข้าห้องน้ำไป ปัสสาวะ บ่อยมากกว่านี้ นั่นอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายจากโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ก็ได้ 1. ขนาดกระเพาะปัสสาวะเล็กกว่าปกติ โดยปกติแล้วกระเพาะปัสสาวะจะเก็บน้ำได้ราว ๆ 300-500 ซี.ซี. จึงจะรู้สึกปวดถ่าย ทว่าในบางคนอาจมีขนาดกระเพาะปัสสาวะที่เล็กกว่านั้น ซึ่งอาจกักเก็บน้ำได้น้อยกว่า 300 ซี.ซี. ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าคนอื่นได้ ทว่าปัญหานี้ก็ไม่น่ากังวลในด้านสุขภาพสักเท่าไรค่ะ เพียงแต่อาจก่อความรู้สึกรำคาญให้บ้าง และ Betsy A. B. Greenleaf นักนรีเวชทางเดินปัสสาวะ จากรัฐนิวเจอร์ซีอเมริกา ยังได้แนะนำวิธีฝึกเพื่อรักษาอาการปัสสาวะบ่อยในคนที่มีกระเพาะปัสสาวะขนาดเล็กมาดังนี้ – ปัสสาวะทุก ๆ 30 นาที ไม่ว่าจะรู้สึกปวดหรือไม่ปวดก็ตาม ทำอย่างนี้ไปประมาณ 1-2 วัน – วันต่อมาให้ยืดเวลาในการไปเข้าห้องน้ำให้เป็น 45 นาที ทำติดต่อกัน 2 วัน – จากนั้นก็ยืดเวลาเข้าไปอีก 15 นาทีเรื่อย ๆ จนกว่าจะปัสสาวะไม่เกิน 8 ครั้งต่อวันได้ 2. ตั้งครรภ์ ปัสสาวะบ่อย กับการตั้งครรภ์มีเหตุผลที่รองรับกันอยู่ …

ฟัก กินช่วยลดอ้วน ยาดีบำรุงร่างกาย แก้อาการร้อนใน รักษาไตอักเสบ และอื่นๆอีกมาก

พืชผักสมุนไพรไทยของเรานั้นล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างมาก เพราะนอกจากจะนำมาประกอบอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาปรุงเป็นยารักษาโรคได้อีกมาก ฟัก (winter melon) ชื่ออื่นๆ ฟักเขียว ฟักขาว ฟักแฟง บักฟัก ขี้พร้า ฟักหม่น ฯลฯ ผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย หาได้ง่าย เป็นผักชนิดแรกที่เด็กเริ่มหัดกิน ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและบำรุงร่างกายได้ นิยมนำมาใส่ในแกง ต้ม ผัดต่างๆ บ้างทำเป็นขนมหวานในเทศกาล แต่เมนูยอดนิยมคงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม รวมถึงยอดอ่อนที่นำมาลวก หรือต้มกะทิ กินกับน้ำพริกได้ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ผักอื่นเหมือนกัน ตำรายาจีนโบราณกาลระบุว่า สรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย – ใบ แก้ฟกช้ำ แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง – ผล ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ – ไส้ฟัก แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ฝีที่เต้านม – เมล็ด ใช้ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไตอักเสบ …

ผู้เชี่ยวชาญเผยวิธี “บรรเทาอาการ ปวดหัว ” ไม่ต้องกินยา เพียงกดจุดดังนี้

ผู้เชี่ยวชาญเผยวิธี “บรรเทาอาการ ปวดหัว ” โดยไม่ต้องกินยา เพียงแค่กดตามจุดเหล่านี้ 5 นาทีเห็นผล เวลาปวดหัว หลายคนคงคิดว่า กินยา แก้ปวดดีกว่าเดียวก็หาย มันก็จริงที่กินยาแล้วหายแน่นอน แต่ถ้ากินยามากไปจะมีผลกระทบในระยะยาว ลองชมเทคนิคดีๆที่เรานำมาฝากท่านๆที่มีอาการปวดหัวบ่อยๆ ด้วยวิธีการนวดกดจุดจากแพทย์แผนจีน ซึ่งใช้เวลาในการกดจุดเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ก็สามารถขจัดปัญหาไปได้อย่างหายห่วง ก่อนที่จะเริ่มนวดกดจุดนั้น คุณจำเป็นจะต้องอยู่ในท่าและลักษณะผ่อนคลาย การกดจุดในแต่ละครั้งไม่ควรใช้เวลานานมากเกินไป โดยการกดจุดในแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 30 วินาที – 1 นาทีต่อ1จุดก็พอแล้ว หลังจากกดไปแล้ว 5-10 นาที อาการปวดหัวก็จะค่อยๆทุเลาลงตามลำดับ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าต้องกดตรงไหนบ้างนะ จุดหยินหยาง :การกดจุดนี้จะต้องกดตรงไปกลางหน้าผาก ตรงกลางระหว่างคิ้ว จุดนี้ช่วยให้เพิ่มความสมดุลในร่างกาย การหายใจ สมองปลอดโปร่ง และช่วยในเรื่องของความดัน จุดจ่านจู :กดลงไปตรงใต้หัวคิ้ว โดการกดจุดนี้ช่วยให้การทำงานของตับทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าทางสายตาได้ จุดหยิงเซียง :กดลงไปในตำแหน่งที่เว้นระยะมาจากปีกจมูกออกไปทั้งซ้ายและขวาให้ห่างออกไปอย่างละ 1 เซนติเมตร การกดจุดนี้ช่วยบรรเทาอาการจมูกอักเสบ,บรรเทาความเครียดและยังสามารถลดอาการปวดหัวและปวดฟันได้ จุดทานจู้:จุดนี้ให้กดลงไประหว่างท้ายทอยตามภาพ จุดนี้ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก เมื่อยล้าตา ปวดหู และช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จุดลวี่กู่ : จุดนี้ให้กดบริเวณด้านบนของหู โดยเว้นระยะมา 1.5 …

หายเป็นปลิดทิ้ง!! ดื่มเป็นประจำ โรคกระดูกเสื่อมหายขาด ไม่ต้องพึ่งยา

โรคกระดูกเสื่อม เป็นโรคที่ผู้ที่เริ่มมีอายุ มักเป็นกันซึ่งสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตมาก เนื่องอาการป่วยจะทำให้ลุกนั่ง หรือเดินลำบาก วันนี้เรามีสูตร รักษาแบบภูมิปัญญาไทย ที่หมอยังงงว่าหายได้ยังไง เราไปดูกันค่ะว่า ส่วนผสมมีอะรไบ้าง ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร เรื่องจริงจากผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อม “หมอเพชร” หรือ ดร. กฤษณา รัตนชาลี ศัลยแพทย์ด้านหัวใจ วัย 60 ต้นๆ เรียน จบแพทย์จากอังกฤษ และทำงานประจำอยู่ที่ต่างประเทศ เพิ่งบินกลับมาปฏิบัติธรรม ที่วัดเขาฯ เป็นครั้งแรก เล่าให้ฟังถึงเพื่อนหมอ ซึ่งไปตรวจที่ รพ.ศิริราช พบว่า เป็นโรคกระดูกเสื่อมเฉียบพลัน รพ.ให้ยามากินมากมาย หมอเพชรบอกเพื่อน เอายาทิ้งไป และลองกินน้ำกระชาย ซึ่งตามสูตรธรรมชาติบำบัดเป๊ะยิ่งกว่า ท่าน อ.สุทธิวัสส์ ซะอีก คือ ห้ามเพื่อนใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า ให้ใช้ครกหินอ่างศิลาตำๆ พอกระชายแหลก ก็เอามากรองด้วย “กระชอนไม้” ปูรองด้วยผ้าขๅวบาง จนได้หัวเชื้อ มาผสมกับ น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว กินอยู่ประมาณ 1 เดือน ไปตรวจใหม่ หมอที่ รพ.ศิริราช ตกใจ สงสัยว่าไปทำอะไรมา มวลกระดูกถึงแน่นปึ้กขนาดนี้!… …

เปลี่ยนกล้วยให้เป็นยา น้ำไซเดอร์ กระตุ้นหมุนเวียนของโลหิต ฟื้นฟูระบบขับถ่าย

กล้วย เป็นผลไม้ที่มีติดบ้านกันแทบจะทุกบ้าน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำ น้ำไซเดอร์ จากกล้วย ที่แนะนำให้ทำติดบ้านไว้ ด้ยสรรพคุณที่ช่วยลดไขมัน และเรื่องขับถ่ายได้อย่างดี สูตรจากคุณถั่วพู ค่ะ ได้ออกมาโพสต์เเชร์วิธีการทำ พร้อมวิธีการรับประทาน และประโยชน์จากการดื่มน้ำไซเดอร์ โดยระบุว่า.. อีกครั้งกับน้ำไซเดอร์จากกล้วย ขั้นตอนการทำ กล้วยสุกปอกเปลือก คลุกน้ำตาลทรายแดง (ทรายขๅวหรือสีรำได้หมด) จับเรียงใส่โหล ปิดช่องอากาศด้านบนด้วยน้ำตาล (ตามภาพ) ปิดฝาตั้งไว้1เดือน รินน้ำมากินได้ (ใส่น้ำแข็งโซดาฟิน) สรรพคุณ ช่วยลดไขมันในเส้นเลืoด ร่างกายสดชื่น ช่วยการหมุนเวียนของโลหิต ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร ข้อควรระวัง กินพอดีพอประมาณเกิดประโยชน์กินมากไปอาจเมาได้.   แหล่งที่มา : liekr.com

กล้วยน้ำว้าดิบ!! สุดยอดยาดีรักษากรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ดีจนต้องทำเก็บไว้

กล้วยน้ำว้าดิบ หลาคนเข้าใจว่ากินไม่ได้ ความจริงนี่แหะคือยาดี ที่ช่วยรักษา และ บรรเทาอาการจุกเสียดลิ้นปี่ หรือว่ากรดไหลย้อน อีกทั้งยังยาดีรักษาคนที่เป็นโรคกระเพาะได้อีกด้วย วันนี้เรามีวิธีเปลี่ยนกล้วยน้ำว้าดิบให้เป็นยามาบอกต่อค่ะ กล้วยน้ำว้าดิบรักษาโsคกระเพราะอาหาร โรคกรดไหลย้อน สรรพคุณและวิธีใช้ 1. หั่นผลกล้วยดิบเป็นชิ้นบางๆ ผึ่งแดดให้แห้ง และบดให้ละเอียด จนเป็นแป้ง ใส่ขวดโหลไว้ เวลาปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหาร เอาผงกล้วยน้ำว้า ๑-๒ ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในถ้วย และเติมน้ำผึ้งแท้ ๑ ช้อนโต๊ะผสมและคนให้ทั่ว กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน 2. ใช้เนื้อกล้วยห่ามกินสด หรือใช้ผงกล้วยน้ำว้าดิบ กินรักษาอาการท้องเดิน หั่นเป็นชิ้นๆนำมาผึ่งแดด บดเป็นผงละเอียดๆ เสร็จเรียยร้อยพร้อมทาน..เป็นผงแก้โรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน หรือผสมน้ำผึ้งเพื่อให้ทานได้ง่าย แต่บางทีก็อาจจะใส่ในแคปชูลเพื่อทานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและอีกอย่างโรคกรดไหลย้อนนั้นอาจไม่สามารถรักษาให้หายสนิทได้ แต่เราสามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดกรดเกินในกระเพาะอาหาร ด้วยวิธีการต่างๆเหล่านี้ เชื่อว่าคุณนั้นสามารถรับมือกับโรคกรดไหลย้อนได้สบายมาก กล้วยน้ำว้าไม่ได้มีดีแค่เฉพาะบำรุงร่างกายเพียง หากแต่ยังมีส่วนช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยลดอาการหงุดหงิดที่อาจเกิดขึ้นในยามเช้าโดยไม่มีสาเหตุ ลดอาการหงุดหงิดในสตรีที่อยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน รักษาโsคซึมเศร้า   แหล่งที่มา : mokkalana.com

123...18Page 1 of 18