Home สุขภาพ

สุขภาพ

ผสมมะนาวลงไปในน้ำซาวข้าว มีคุณประโยชน์ที่หลายคนยังไม่รู้

วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้มาฝากทุกคน หากจะให้นับว่ามะนาวใช้ทำอะไรได้บ้างนั้นมันก็คงจะเยอะเกินไป แต่เราจะมาแนะนำ ประโยชน์ของมะนาว หลายคนสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองได้เลย และในบางอย่างนั้นหลายคนอาจจะยังไม่รู้ เอาล่ะมาดูกันเลยว่ามะนาวทำอะไรได้บ้าง 1. เวลาทอดไข่เจียวหากต้องการให้ไข่ฟู ให้บีบมะนาวลงไปได้เลยประมาณ 5 หยด แล้วตีให้เข้ากัน จะทำให้ไข่เจียวมีความฟู นุ่ม น่ารับประทานมาก ๆ เป็นเคล็ดลับที่คนทำกับข้าวบ่อย ๆ ต้องรู้ 2. เวลาจะต้มปลาสดแล้วอยากจะลดกลิ่นคาวใช้มะนาวบีบลงไปตอนต้มนิดหน่อย กลิ่นคาวจะหายไป 3. หากต้องการหุงข้าวให้อร่อยแนะนำว่าให้บีบน้ำมะนาวลงในข้าวที่กำลังจะซาวประมาณ 2 ช้อนชา แล้วซาวข้าวตามปกติ เมื่อหุงข้าวเสร็จแล้วข้าวของเราจะมีสีสันน่ารับประทาน เป็นสีขๅวสะอาดตา รสชาติอร่อย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะตอนที่เรากินข้าวนั้นจะไม่ออกรสมะนาวอย่ างแน่นอน 4. ในการทำของหวานเชื่อมกล้วยหักมุกนั้นเวลาเชื่อมน้ำตาลเดือดแล้วจนเป็นยางมะตูม ก็บีบมะนาวลงไปจะทำให้กล้วยน่ากิน 5. หากมีกลิ่นคาวติดมือเวลา เวลาทำกับข้าว นั้นล้างมือด้วยน้ำมะนาวจะทำให้กลิ่นหายไป หรือจะเอามะนาวมาถู ๆ มือได้เลยล 6. หากจะต้มผ้าให้นะอาดควรใส่มะนาว 3 ชิ้น จะทำให้ผ้าสะอาดมากขึ้น 7. เครื่องหนังที่อายุหลายปีแล้วเอามะนาวมาขัดจะทำให้นิ่มยิ่งขึ้น 8. เวลาเตารีด ไ ห ม้ มีคราบ เอาน้ำมะนาวมาทา ๆ ก็จะช่วยจัดการคราบได้แล้ว 9. …

“ห้อยคอ” ท่ายืดเส้นแก้ปวดเมื่อยคอ ทำให้ถูกวิธี แค่วันละ 5 นาที หายแน่นอน!!

อีกหนึ่งท่าออกกำลังกายที่ช่วยยืดเส้น ที่คอ สำหรับใครที่ เมื่อยคอ ปวดคออยู่เป็นประจำห้ามพลาดเด็ดขาด นอกจากแก้เมื่อยได้แล้วยังกระตุ้นให้ไตทำงานดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงอีดด้วย แค่ยืดอย่างถูกต้องวันละ 5 นาที จะช่วยแก้ปัญหาปวดคอ ปวดไหล่ พร้อมกับการพัฒนาของสมาร์ทโฟน ผู้คนก็เริ่มต้องเผชิญกับอาการปวดคอมากยิ่งขึ้น แรกๆก็แค่ปวดเมื่อย บอกไม่ถูกว่าทรมานยังไง เมื่อสะสมมากขึ้น จุด Dazhi ใกล้กระดูกคอจะยึด เลืoดลมไม่ไหลเวียน ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ปวดหัว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเกิดโรคหัวใจตามมา ดังนั้นพวกเราต้องให้ความสำคัญกับมัน การรักษาไม่สู้ป้องกัน การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเป็นวิธีการดูแลร่างกายที่ดีที่สุด เวลาปกติควรจะเงยหน้ามองฟ้า ออกกำลังกายคอบ้าง สำหรับคนที่กระดูกคอมีปัญหาแล้ว ก็ต้องรักษา วิธีการรักษาก็ง่ายๆ ลองยืดกล้ามเนื้อคอ ที่เรียกว่า “ห้อยคอ” นอนหงายอยู่บนเตียงหรือเอาเก้าอี้มาต่อกัน ยืดหัวออกมานอกขอบเตียง สองมือพยายามยืดไปเหนือหัว ให้หัวห้อยลงมา 3-5 นาที เนื่องจากกระดูกคอและหน้าอกยื่นออกมานอกเตียง สามารถช่วยรักษากระดูกสันหลังช่วงทรวงอก หัวใจ ปอด และอวัยวะภายในอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษากระดูกคอต่างๆ, ปวดไหล่และหลัง, กระดูกทรวงอกและโรคที่เกี่ยวข้อง, หลังค่อม, อาการแน่นหน้าอก, ปวดหัว, เวียนศีรษะ, โรคหัวใจและหลอดเลืoด, โรคหลอดเลืoดสมอง, และอื่นๆ วิธีการ …

กล้วย สรรพคุณไม่กล้วย!! กินเป็นประจำ บอกลา 8 โรคร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กล้วย เป็นผลไม้ที่หลายคนทานเป็นประจำ วันนี้เรานำประโยชน์ดี ๆ จากกล้วยมากฝากค่ะ เชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่ากล้วยจะทำให้ 8 โรคร้าย กลายเป็นเรื่องกล้วย ๆ ได้ ไปดูกันเลยค่ะว่ากล้วยช่วยรักษาโsคได้ยังไงบ้าง 1. โรคโลหิตจาง กล้วยเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเหล็กนี่ล่ะที่จะไม่กระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลืoด ช่วยให้คนที่เป็นโรคโลหิตจางกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม 2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยได้ชื่อว่ามีโพแทสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ด้วยกัน จึงลดความดันได้ดีมากถึงขนาดที่องค์การอาหารของสหรัฐฯโฆษณาให้ประชาชนที่เป็นโรคความดันทั้งหลายกินกล้วยให้มากๆ 3. โรคท้องผูก ท้องผูกเป็นเงื่อนตๅยของคุณจะถ่ายง่ายระบายคล่อง ถ้าได้ทานเส้นใยอาหารจากกล้วยมาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย 4. โรคซึมเศร้า อาการซึมเศร้ามักเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล แต่จากการวิจัยพบว่ากล้วยมีโปรตีนชื่อ ไทรโพโตแฟน ที่จะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายออกมา คนที่กินกล้วยจึงอารมณ์ดีขึ้น เลิกซึมเศร้าเสียที 5. อาการเมาค้าง กล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้งคือยาแก้เมาที่ดีที่สุด เพราะคนเมากระเพาะจะปั่นป่วนกว่ายามปกติ กล้วยนี่ล่ะจะทำให้กระเพาะสงบลง ส่วนน้ำตาลจากน้ำผึ้งก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลืoดคงที่ ส่วนนมก็ปรับระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุล คนเมาจึงรู้สึกสบายขึ้น 6. โรคเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ถ้าคนที่เป็นโรคเสียดท้องเพราะมีกรดเกินในกระเพาะได้กินกล้วยวันละผลจะรู้สึกได้เลยว่าท้องไส้เลิกร้องครวญครางเป็นปลิดทิ้ง 7. โรคลำไส้เป็นแผล แม้แต่หมอก็ยังแนะนำคนไข้ที่เป็นแผลในกระเพาะให้ทานกล้วย เพราะเนื้อที่นุ่มนิ่มของมันไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยังมีสรรพคุณเคลือบผนังลำไส้ ช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นด้วย 8. เส้นเลืoดฝอยแตก วารสาร “The New England Journal of …

ใครตื่นมาแล้วดื่มน้ำทันทีดูไว้!! ดื่มน้ำตอนเช้า ส่งผลต่อร่างกายมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ดื่มน้ำตอนเช้า ทันทีที่ตื่นนอน เป็นพฤติกรรมที่หลายคนทำเป้นประจำ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลต่อสุขภาพมาก วันนี้เราจึงนำสาระดี ๆ มาบอกต่อกัน ใครที่ทำเป็นประจำห้ามพลาดเด็ดขาด ในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่ขึ้นชื่อว่า คนมีสุขภาพแข็งแรง และ มีอายุยืน มากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง นิยมดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เนื่องจาก มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า การดื่มน้ำเปล่าทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ( ก่อนแปรงฟัน ) ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างมาก เพราะ น้ำลายของเราในช่องปากนั้นมีแบคทีเรีย ที่ส่งผลดีต่อร่างกาย และ ระบบทางเดินอาหารอยู่ เมื่อเราดื่มน้ำเปล่าเข้าไปในตอนเช้า ก็จะเป็นการนำสิ่งเหล่านี้เข้าสู้ระบบทางเดินอาหารด้วย ร่างกายมีของเหลวเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 70 % เพราะฉนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนเช้า ที่ร่ายกายตื่นจากการหลับยาว วิธีการปฏิบัติ 1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำครึ่งแก้ว ( 80-100 ซีซี ) ค่อยๆจิบ อย่าดื่มทีเดียวหมด เพราะ ระบบทางเดินอาหารยังไม่เริ่มทำงานทันทีในตอนตื่นนอน การดื่มน้ำใสนตอนเช้าเป็นการช่วยปลุกกระบวนการต่างๆภายในร่างกาย 2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แล้วค่อยรับประทานอาหารเช้าได้ตามปกติ 3. หลังรับประทานอาหารเช้าไปแล้ว 15 นาที ค่อยดื่มน้ำตาม ( ไม่ควรดื่มน้ำทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ …

แค่ใส่ใจนาฬิกาชีวิต ก็มีอายุยืนได้!! เผยวิธีดูแลร่างกายตามช่วงเวลา รับรองไม่ป่วย

วันนี้มีสาระดี ๆ มาแนะนำกับทุกคนค่ะ ในช่วงที่เกิดโรคระบาดหลายคนกังวลจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เรามาเริ่มที่วิธีง่าย ๆ กัน นาฬิกาชีวิต เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพ เพียงแค่เรารู้ว่าเวลาไหนควรทำ หรือไม่ควรทำอะไร นั่นก็จะทำให้สุขภาพร่างกายเราแข็งแรงได้ ไม่ป่วยได้แแล้ว เราไปดูกันเลยค่ะว่าแต่ละเวลาเราควรทำอะไรบ้าง เวลา 5.00-7.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการขับถ่าย เพราะร่างกายจะกำจัดสารพิਖในปลายลำไส้ใหญ่ ซึ่งการดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว หรือดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและน้ำมะนาวจะทำให้ขับถ่ายง่ายยิ่งขึ้น เวลา 7.00-9.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร เหมาะแก้การรับประทานอาหารเช้าเพราะเป็น ช่วงเวลาที่สารอาหารจะถูกดูดซึมสู่ลำไส้เล็กได้ดี ทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง เวลา 09.00 – 11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้าม มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลืoด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน แก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลที่ปาก อ้วนเกินไป ผอมเกินไป ลดอาการของโรคเก๊าต์ ลดอาการเบาหวาน เวลา 11.00 น. – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ควรหลีกเลี่ยงความเครียด ความกังวลต่างๆ เวลา 13.00 น. – 15.00 …

สูตรบำรุงสุขภาพจากอาม่า อายุ 104 ปี ทานประจำไม่ป่วย ร่างกายเหมือนยัง 50 ปี

วันนี้มี สูตรบำรุง จากอาม่ามาฝากทุกคนครับ เรียกได้ว่าเป้นความลับของสาว 2 พันปีเลย อาม่าอายุ 104 ปี ที่คนอื่นคิดว่าแค่ 70 ปี อาม่าบอก ทานประจำไม่ป่วยมาแล้ว 20 ปี มีเหนื่อยเหมือนปกติ แต่ทำงานได้ลุกนั่งไม่โอดโอย แถมยังความจำดีเลิศอีกต่างหาก สิ่งที่ต้องใช้ 1. มะละกอสุก 1 ลูก (เลือกลูกไม่ใหญ่เกินไป พันธุ์พื้นเมืองจะดีมาก เลือกแบบที่เนื้อยังไม่และ) 2. เก๋ากี้ 1 กำมือ 3. เห็ดหูหนูขๅว 2 ดอก 4. น้ำผึ้ง ตามชอบ วิธีการทำ 1. ล้างมะละกอให้สะอาด ปอกเปลือก คว้านเมล็ดทิ้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้ ล้างเห็ดหูหนูและเก๋ากี้ให้สะอาด แช่เห็ดในน้ำอุ่นๆให้พองตัวก่อน แล้วฉีกเป็นชิ้นๆ เล็กๆ 2. นำทั้งหมดลงไปต้ม น้ำท่วมขึ้นมา 4 ข้อนิ้ว ต้มไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟลงอ่อนๆ ตุ๋นต่ออีก 2 ชั่วโมง เติมน้ำผึ้งตามชอบครับ …

อย่าเลื่อนผ่านเชียวนะ ! 6 โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย”

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่ได้ลุกออกมาจากเก้าอี้ แก้วน้ำรินน้ำเอาไว้เต็มแก้วแต่อยู่ไปได้ทั้งวัน หรือวุ่นเสียจนไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ วิ่งเข้าออกห้องประชุม ได้ดื่มน้ำเฉพาะช่วงที่ทานข้าวกลางวันเท่านั้น ขอบอกไว้เลยว่าร่างกายของคุณกำลัง “ขาดน้ำ” โดยที่คุณไม่รู้ตัว และมันส่งผลร้ายถึงสุขภาพอย่างร้ายแรงโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน 1. สมองเสื่อม ใครจะไปเชื่อว่าแค่ดื่มน้ำน้อย ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมได้ เพราะเมื่อร่างกายของเราขาดน้ำ ปริมาณของน้ำในร่างกายไม่เพียงพอในการเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากคุณรู้สึกไม่สดชื่น เนือยๆ คิดอะไรช้า ไม่กระฉับกระเฉง อึนๆ มึนๆ นั่นอาจเป็นผลมาจากแค่การ “ดื่มน้ำน้อยเกินไป” ก็ได้นะ 2. ริดสีดวงทวาร แน่นอนที่สุดว่าหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลไปถึงการย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยากลำบากมากขึ้น และลำไส้ที่แห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไป เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายไปอีก ยิ่งทำให้เลือดมีของเสีย และข้นหนืดกว่าเดิม อุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิม จนเกิดเป็นอาการท้องผูก และท้ายที่สุดลงเอยด้วยโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง 3. ปวดข้อ เชื่อหรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆ ส่วนของร่างกาย รวมไปถึงหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ และเกิดอาการผิดปกติได้ง่าย มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 80% ดังนั้นหากข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ดูดซับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย หรืออาจอักเสบได้ง่ายเมื่อต้องออกแรงเดิน ยก เหวี่ยง หรือแม้แต่ตอนออกกำลังกาย และยกน้ำหนัก …

ของดีที่ถูกลืม!! “น้ำข้าว” สุดยอดคุณประโยชน์ดี ๆ ที่หลายคนไม่รู้มาก่อน

น้ำข้าว เป็นน้ำที่ได้จากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำที่โบราณทำ หุงแบบเช็ดน้ำนั้น ต้องล้างข้าวให้สะอาด ซึ่งจะได้น้ำที่เทออกจากการหุงข้าว นั่นแหละคือน้ำข้าวที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ดี ๆ โบราณนิยมนำน้ำข้าวมาให้คนป่วย คนชรา เด็กเล็กๆ ดื่ม เพื่อบำรุงกำลัง วิธีทำน้ำข้าว วิธีทำน้ำซาวข้าวอย่างง่ายที่สุดคือ การหุงข้าวด้วยวิธีเช็ดน้ำแบบโบราณ คือต้มข้าวเดือดแล้ว รินน้ำข้าวออก แล้วราไฟเพื่อดงข้าวให้สุก นำน้ำที่รินออกมาผสม เกลือเล็กน้อย แล้วดื่มจะได้รสชาติที่นุ่มนวล และที่สำคัญมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากจริงๆ ในน้ำข้าวนั้นจะมีวิตามินที่ละลายมากับน้ำและความร้อน โดยเฉพาะมีวิตามินอีสูง และมีคุณสมบัติเป็นยาเย็นช่วยบำรุงร่างกาย รวมถึงแก้ร้อนในและใช้ถอนพิਖผิดสำแดง และช่วยขับปัสสาวะด้วย อีกทั้งน้ำข้าวยังเหมาะสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ ที่ต้องกินอาหารอ่อนๆ เพราะน้ำข้าวย่อยง่าย ไม่ทําให้ท้องอืด ท้องเสีย และร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารและซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอได้ทันที รวมไปถึงผู้ที่มีอาการท้องเสีย โดยเฉพาะเด็กๆ ก็สามารถดื่มน้ำข้าวผสมเกลือแทนน้ำเกลือแร่ได้ด้วยเช่นกัน การหุงข้าวด้วยวิธีเช็ดน้ำแบบโบราณ ขั้นตอนต่อไป หลังจากรินน้ำข้าวออกหมด นำหม้อข้าวไป ดง หรือตั้งไฟอ่อนๆ จนน้ำแห้ง แล้วจึงตักข้าวมากิน สุดท้ายจะได้ข้าวตังติดก้นหม้อเป็นแผ่นแข็ง คนโบราณจะเก็บไว้เป็นเสบียงเวลาเดินทาง หรือนำไปทอดกินเป็นอาหารว่าง เช่น ข้าวตังเมี่ยงลาว ข้าวตังหน้าตั้ง   แหล่งที่มา : mokkalana.com

น้ำหนักลด สุขภาพดีขึ้นชัดเจน!! “ยืดกล้ามเนื้อ” แค่วันละ 10 นาที ดีขึ้นจริง

เคล็ดลับความคุมน้ำหนักตัวได้ดี ที่สำคัญ ทำแล้วสุขภาพร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยการ ยืดกล้ามเนื้อ หลายคนออกกำลังกายเป็นประจำแต่น้ำหนักยังขึ้น แนะนำวิธีนี้เลย และสำหรับใครที่อ่อนเพลียง่าย ไม่สบายบ่อย นี่ก็เป็นวิธีที่ดีมาก ๆ เช่นกัน เราไปดูกันเลยค่ะว่าท่าเยื้อกล้ามเนื้อที่เรานำมาฝากทำอย่างไรบ้าง เอียงศีรษะหาเข่า : นั่งบนพื้นหรือบนเสื่อโยคะ ขาขวายืดตรง เข่าซ้ายงอ โดยฝ่าเท้าซ้ายเข้าชินต้นขาขวาด้านใน จากนั้นเอนลำตัวไปทางเข่าขวา ใช้สองมือจับเท้าขวา ค้างไว้ 60 วินาทีแล้วเปลี่ยนข้าง Frog pose ท่ากบ : นั่งบนพื้นหรือบนเสื่อโยคะ เอาสองเท้าไว้ใต้ก้น เข่าสองข้างแยกออก ยกสะโพกขึ้น พยายามดันไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็พยายามเหยียดต้นขาให้มากที่สุด ค้างไว้ 2 นาที ท่า Cobra : นอนคว่ำบนพื้น ขาสองข้างยืดไปด้านหลัง มือสองข้างวางไว้ใต้หัวไหล่ ยืดข้อศอกตรง ยกลำตัวส่วนบนให้ห่างจากพื้น ค้างไว้ 2 นาที ท่า Downward facing dog : วางสองมือและสองขากว้างประมาณไหล่และสะโพกบนพื้น พยายามให้แขนและขายืดตรง ค้างไว้ 2 นาที ท่า Sitting Half …

วันละแก้วกำลังดี ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟดำ” ป้องกันโรคหัวใจ

วันละแก้วกำลังดี ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟดำ” ป้องกันโรคหัวใจ กาแฟดำ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จาก ต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า เมล็ดกาแฟ คั่ว มีการปลูกต้นกาแฟในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว) เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมีส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เนื่องจากกาแฟมีคาเฟอีนซึ่งมีผลต่อสมอง ระบบประสาททำให้ไม่ง่วงนอน นอนดึกและสุดท้ายก็ส่งผลทางอ้อมต่อเราได้เช่นกัน หลายคนที่ชอบดื่มกาแฟแต่ไม่อยากอ้วนคงต้องหลีกหนีจาก วิปครีมหวานมันและกาแฟที่หวานๆ หันมาดื่มกาแฟดำแทน เพราะมีงานวิจัยออกมาว่าการดื่มกาแฟดำทำให้ร่างกายเกิดระบบเผาผลาญที่ดี ช่วยละลายไขมันในร่างกายได้ด้วย เห็นอย่างนี้แล้วเรามาดูสรรพคุณของกาแฟดำ 1. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัวได้ 2. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ บ่อยๆ จะมีไขมันชนิด HDL เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือด แข็งตัวได้ 3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ดื่มหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทน จึงลดความอ้วนได้ด้วย 4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ …

123...19Page 1 of 19