Home สาระน่ารู้ แม่ม่ายหัวใจแกร่ง มีเงินเริ่มต้นชีวิต 15 บาท ฝ่าวิกฤตโควิด รายได้เดือนละ 30,000 บาท

แม่ม่ายหัวใจแกร่ง มีเงินเริ่มต้นชีวิต 15 บาท ฝ่าวิกฤตโควิด รายได้เดือนละ 30,000 บาท

18 second read
0
2,608

เปิดเรื่องราวของแม่ม่ายหัวใจแกร่ง มีเงินเริ่มต้นชีวิตใหม่แค่ 15 บาท พลิกชีวิต ปลูกสวนผักปลอดสารกับแม่ สร้างรายได้เดือนละสามหมื่น หล่อเลี้ยง 3 ชีวิตในครอบครัว

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปฟังแนวคิดอดีตผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล อบต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หนึ่งในบุคคลต้นแบบที่หันมาเลือกใช้ชีวิตตามแนวทางตัวเอง

พลิกชีวิตด้วยเงิน 15 บาท จนมีรายได้เดือนละสามหมื่น หล่อเลี้ยงอีก 3 ชีวิตในครอบครัว

“คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกมาก รู้สึกภูมิใจที่นำของที่มีในบ้าน สร้างรายได้มาใช้หนี้ จ่ายค่าเทอม เลี้ยงดูแม่กับลูกอีกสองคน”

นี่คือความสุขที่ได้รับตลอด 3 ปีกว่าของ นางสวรรยพร ทิพย์พรพรรณ หรือ เจียม วัย 41 ปี หลังตัดสินใจเป็นนายตัวเอง

จากแนวคิดมีแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองอยู่ในมือ แล้วจะไข่วคว้าสิ่งอื่นไปไย

ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด ด้วยการปลูกผักบนพื้นที่ 1 ไร่กว่า ๆ และขี่มอเตอร์ไซค์เร่ขๅยในชุมชน 2 ตำบลเล็ก ๆ คือ แม่ตื่น และ ม่อนจอง

ที่ห่างไกลความเจริญและห่างไกล อ.อมก๋อย มากถึง 76 กิโลฯ สร้างรายได้ให้ครอบครัวเดือนละเกือบสามหมื่น

ขอบคุณเงิน 15 บาท สร้างชีวิตใหม่ในบ้าน

กว่าจะพบความสุขแท้จริงเช่นทุกวันนี้ นางสวรรยพร บอกกับทีมข่าวเฉพาะกิจฯ

ต้องขอบคุณเงิน 15 บาท ที่จุดประกายให้เริ่มต้นสร้างชีวิตใหม่ในวันที่แยกทางกับสามี

เงิน 15 บาทพลิกวิกฤติชีวิตเธออย่างไร?

นางสวรรยพร เล่าชีวิตในอดีตว่า เพราะอยากมีรายได้เลี้ยงดูลูก ๆ และแม่ เธอจึงหันมายึดอาชีพปลูกผักปลอดสารตามรอยแม่ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านการเกษตร

โดยเริ่มต้นจากความพอเพียง มีเท่าไรลงทุนไปแค่นั้น ทำทุกอย่างเองทีละเล็กละน้อยบนพื้นที่ 1 ไร่กว่า ๆ ทั้งขุดแปลง 10 กว่าแปลง ถางหญ้า

ในทุกวันที่เริ่มปลูกผักจากเงินลงทุน 15 บาท แรก ๆ เธอยอมรับน้ำตาไหลทุกวัน เพราะเจ็บปวดระบมไปหมดทั้งตัว

และมือทุกนิ้วแตก แต่เธอไม่เคยท้อแท้ ท่องในใจทุกวันว่าต้องอดทน เพราะมีแม่และลูก ๆ ที่ต้องดูแล

ปลูกผักหลากหลายกว่า 50 ชนิด

ส่วนเรื่องไม่มีความรู้ด้านการเกษตรนั้น เธอบอกไม่ใช่อุปสรรค เพราะได้นำความรู้ที่เคยทำงานในโครงการ 9101 รวมถึงการเรียนรู้จากแม่มาใช้

ตั้งเป้าหมายปลูกผักพื้นบ้านทุกชนิดที่คนพื้นถิ่นนิยมกิน อาทิ ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักชี ใบแมงลัก กะเพรา ถั่วฟักยาว ฟักแก้ว หน่อไม้ มะนาว

พริกขี้หนู มะเขือยาว บวบ เสาวรส มะเขือ มะเขือพวง คะน้า ฯลฯ แนวคิดที่ปลูกผักหลากหลาย นางสวรรยพร ให้เหตุผลว่า

“ตอนนี้น่าจะมีผักกว่า 50 ชนิด ปลูกอย่างละเล็กละน้อย เวลาเก็บไปขๅยจะได้มีหลาย ๆ อย่างให้ลูกค้าเลือก

พอลูกค้าเห็นผักหลากหลายก็จะรู้สึกอยากกินผักหลาย ๆ อย่าง ทำให้ขๅยผักได้หมดเร็ว”

งบน้อย ต้องลงแรงทำทุกอย่าง แทนการจ้าง

ในการดูแลผัก นางสวรรยพร ดูแลตามธรรมชาติ รดน้ำด้วยระบบที่ทำเอง โดยเดินท่อประปาไปที่สวน วางไว้เป็นจุด ๆ แล้วใช้สายยางต่อรด

ให้ปุ๋ยขี้หมู ขี้วัว ไม่ใช้ยากำจัดหญ้า ใช้น้ำหมักใบสะเดายาสูบแทน บางครั้งไม่มีเวลาตัดหญ้า เนื่องจากทำสวนผักกันสองคนแม่ลูกก็ปล่อยให้หญ้าขึ้นสูงสักระยะ

เมื่อมีเวลาจะมาดายหญ้า และใช้ทำเป็นปุ๋ย เนื่องจากเวลาดายหญ้าจะมีมูลไส้เดือนเพิ่มขึ้น นอกจากขๅยผักที่ปลูกเองแล้ว

นางสวรรยพรยังเพิ่มพูนรายได้ด้วยการเก็บผักทุกอย่างที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมาขๅย

“ขๅยผักทุกอย่างที่มีในไร่เท่าที่เก็บได้ ผักริมรั้วก็เก็บมาขๅย นิ้วหัวแม่โป้งไม่เคยขๅวสะอาดเหมือนคนอื่น

ช่วยกันเก็บผักสองคนแม่ลูกแต่เช้า บ่ายโมงแพ็กใส่รถ เย็นขี่มอเตอร์ไซค์เร่ขๅย

ไม่รู้สึกอายเพราะเป็นอาชีพสุจริต และมีความสุขที่ได้อยู่กับแม่ เวลาออกเร่ขๅย เจอคนแก่ คนจร บางคนมีแค่ 5 บาท ก็ให้ฟรี

ใครซื้อครบ 50 ก็แถมให้ 10 บาท บ้านไหนมียายอยู่คนเดียวก็มักแวะเอาผักไปให้กินฟรี”

เงินขๅยผักให้แม่เก็บ เหลือแต่เงินเหรียญไว้ทอน

นอกจากได้เงินมาจุนเจือครอบครัวแล้ว นั่นคือการได้เร่ขๅยผัก คือ อีกความสุขของนางสวรรยพร เงินที่ได้จากการเร่ขๅยผัก เฉลี่ยวันละ 800- 1,000

เธอให้แม่เก็บทั้งหมด เหลือแค่เงินเหรียญไว้ใช้ทอนเท่านั้u ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 (COVID-19)

หลายคนโชคร้ายต้องตกงาน ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดีเพื่อให้มีรายได้ เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย ขอให้เรื่องราวชีวิตของเธอเป็นแรงบันดาลใจ

และลองหันมามองรอบรั้วบ้านตัวเอง หรือบางคนจะมีพื้นที่เล็กน้อย หรือไม่มี ก็สามารถใช้กระป๋องมาปลูกผักกินเองก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้

“คนที่ท้อและเจอปัญหาชีวิตหนัก ๆ อยากให้ลุกสู้ โดยเฉพาะผู้หญิงอย่าหยาม อย่าหมิ่นตัวเอง หากเราเชื่อว่าเราทำดีที่สุดแล้วจงมั่นใจในตัวเอง

ปลูกผักขๅยเจอคนหลากหลาย ทั้งสนับสนุน ดูถูกดูแคลน หากใจไม่สู้ ไม่ทนก็ไม่สามารถไปต่อได้ ต้องเข้มแข็ง แล้ววันหนึ่งเราจะรู้ว่า การสู้ที่ถูก ต้องไม่เบียดเบียนใคร”

 

แหล่งที่มา: thairath

เรียบเรียงโดย baansuann.com