Home ข่าวบันเทิง คุณลุงแท็กซี่ใจดี แห่งยุค 2019 ให้ขนมกินຟรี รับส่งผู้ป่วยຟรี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร

คุณลุงแท็กซี่ใจดี แห่งยุค 2019 ให้ขนมกินຟรี รับส่งผู้ป่วยຟรี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร

12 second read
0
791

เราจะมาติดตามเรื่องราวจากโพสต์ของ คุณมณีนุช โกมลสุทธิ์ ที่เเชร์เรื่องราวคุณลุงแท็กซี่ใจดี ที่แม้จะขับเลยเส้นทางจนแก๊สหมดต้องขอจอดเติมแก๊ส แต่ก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการไปส่งผู้โดยสารถึงที่หมายโดยไม่คิดเงิน

ภายในรถยังมีขนมขบเคี้ยว, ลูกอม, น้ำดื่ม ให้บริการผู้โดยสาร สำหรับคนป่วຢก็บริการส่งให้ ทั้งหมดที่ว่านี้ บริการຟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ก็ทำให้หลายคนเเชร์ในโซเชียลชื่นชมแท็กซี่ใจดีกันอย่างล้นหลาม

ล่าสุดผู้สื่อข่าวของเรา คุณกาลเวลา เสาเรือน ก็ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคุณลุงแท็กซี่คนนี้ ชื่อ นายสุดสาคร เคณดี วัย 56 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า วันนั้นตัวเองขับรถหลงเอง ทำหน้าที่บกพร่องจึงขอแสดงความรับผิดชอบไม่คิดค่าโดยสาร โดยลุงบอกว่าตัวเองนั้นขับแท็กซี่มา 21 ปีแล้ว โดยเริ่มซื้อขนม ลูกอม และน้ำ มาให้บริการในรถตั้งแต่เริ่มขับ

เพราะเห็นว่าเวลาผู้โดยสารเจอรถติดจะได้อารมณ์ดีเพราะมีขนมไว้ให้ทาน หรือหากไม่สบายจะทานຢาก็จะได้ดื่มน้ำในรถได้เลย ไม่ต้องลำบากไปหาซื้อที่ไหน บางทีผู้โดยสารทะเลาะกับครอบครัวมา เห็นขนมในรถของตัวเองก็อารมณ์ดีขึ้น เมื่อผู้โดยสารมีความสุข ตัวเองก็มีความสุขด้วย

ผู้สื่อข่าวก็ถามต่อว่า ต้องซื้อของมาบริการในรถแบบนี้ แถมยังบริการรับ-ส่งคนป่วຢไป รพ. ຟรี ๆ รายได้จากการขับแท็กซี่นั้นพอใช้หรือไม่? ลุงสุดสาคร ก็ตอบว่า มีเงินพอใช้ ซึ่งรายได้ที่ลุงได้รับต่อวันหักค่าใช้จ่ายแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท เพราะลุงขยันขับ ไม่เลือกรับผู้โดยสาร

เงินทอนที่ผู้โดยสารไม่รับ หรือที่ให้ทิปลุง ลุงก็เอาสะสมไปซื้อขนม-น้ำ คอยให้บริการผู้โดยสารคนต่อ ๆ ไป โดยยก “ในหลวง ร.9” เป็นแรงบันดาลใจให้ทำความดีด้วยหัวใจ และตั้งใจจะประกอบอาชีพแท็กซี่ที่บริการขนม-น้ำຟรี ไปจนกว่าตัวเองจะขับไม่ไหว

สำหรับชีวิตส่วนตัวลุงมีภรรຢาและลูก ๆ 4 คน ลุงบอกว่า ตัวเองมีครอบครัวที่เข้าใจ โดยเฉwาะภรรຢาที่คอยซื้อขนมมาให้ลุงคอยบริการผู้โดยสารเอง ซึ่งคุณลุงและครอบครัวก็ยึดหลักทำความดีตามรอยในหลวง ร.9 มาโดยตลอด อีกทั้งลูกสาวคนเล็กของลุงตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทຢาลัย อีกด้วย

ทราบว่าเป็นคนอุบลราชธานี ลุงบอกว่า วันนั้นลุงขับหลงเอง ทำหน้าที่บกพร่อง ก็อຢาก จะแสดงความรับผิดชอบ ลุงทำแบบนี้มากว่า 23 ปีแล้ว แรก ๆ ก็ซื้อขนมลูกอม มาบริการให้กับผู้โดยสาร เพราะผู้โดยสารบางคนอาจจะหงุดหงิดหรือทะเลาะกับใครมา พอได้เห็นขนมก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

นอกจากนั้นยังรับส่งผู้ ป่วຢ ใน รพ.ຟรี ๆ ด้วย และผู้โดยสารส่วนใหญ่จะต้องกินຢา การที่มีเตรียมไว้เค้าจะได้ไม่ต้องลำบากไปหาซื้อที่ไหน เผื่อรถติดก็จะได้ทานได้เลย น่าชื่นชมจริง ๆ เลยนะคะ ทีมงานปริญญาเองก็หงุดหงิดนะเวลาขึ้นแท็กซี่แล้วรถติด ถ้ามีอะไรให้ทานแก้เครียดก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

ลุงทำแบบนี้มาเรื่อย ๆ นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องไปซื้อขนม แถมยังรับส่งผู้ ป่วຢຟรีอีกด้วย เงินจะพอใช้หรือ ลุงบอกว่ารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วไม่ต่ำกว่า 1 พันบาท ขยันขับ ไม่เลือกผู้โดยสาร ส่วนเงินทอนหรือว่าทิป ก็จะเอาไปซื้อขนม ซื้อน้ำ คอยให้บริการผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต่อไป

ลุงบอกว่า มีในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีด้วยหัวใจ จะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะขับไม่ไหว ชีวิตส่วนตัวคุณลุงก็น่าสนใจ ภรรຢา เข้าใจและยึดในการทำความดีตามแบบในหลวง ร.9 อีกทั้งลูกสาวคนเล็กของคุณลุง กำลังเรียนอยู่คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทຢาลัย

“ลุงไม่คิดตังค์ เพราะลุงถือว่าลุงทำหน้าที่ที่ผิด มัวแต่คุยกัน เราจะไปเก็บตังค์เค้าไม่ได้ บางทีผู้โดยสารให้เกินมา บาทสองบาทเราก็จะเอาเก็บใส่กระปุกไว้ เอาเก็บไว้ซื้อขนมให้ผู้โดยสารต่อไป ที่ส่ง รพ. ຟรี

เพราะ เราต้องรีบส่งเค้าให้เต็มที่ และบางครั้งแท็กซี่บางคนเค้าจะไม่รับคนป่วຢ ” ลุงบอกว่าเราต้องช่วยกัน การขับแท็กซี่ไม่มีอดแน่นอน หากเราขยันขับ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร และมีน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ให้พวกเขา

ขอบคุณข้อมูลจาก : มณีนุช โกมลสุทธิ์ / Kapook

เรียบเรียงโดย baansuann.com