Home ข่าวบันเทิง เอ๋ มิรา ถอยรถคันแรกในชีวิต เผยทำไมไม่เอาป้ายแดง

เอ๋ มิรา ถอยรถคันแรกในชีวิต เผยทำไมไม่เอาป้ายแดง

18 second read
0
1,607

เเม้ชีวิตที่ผ่านมาของเอ๋ มิรา จะต้องยุ่งวุ่นวายกับเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องความรักที่เข้ามาขัดขวางให้ชีวิตต้องสะดุด

เเต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2565 เอ๋ได้เผยข่าวดีว่า ตอนนี้เธอได้ถอยรถคันเเรกในชีวิต ในวัย 24 ปี โดยเป็นรถที่หามาได้จากน้ำพักน้ำเเรง ซื้อสดไม่ต้องผ่อน

โดยล่าสุด เอ๋ มิรา ได้เผยว่า ในตอนนี้เธออายุ 24 ปีเเล้ว เเละได้ถอยรถยนต์ Toyota Camry มือสอง ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมรถคันเเรกในชีวิตของเธอ ถึงไม่ใช่รถป้ายเเดง

ทั้งนี้ เอ๋ บอกว่า เธอได้เซ็นสัญญากับ อ.ประจักษ์ชัย เเละเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 เเละอาจารย์ได้เอารถของอาจารย์ให้เอ๋ขับไปทำงาน ซึ่งอาจารย์ก็ไม่เคยขอรถคืนเลย เเต่เธอก็เกรงใจ จึงปรึกษากับทนายเก่งว่า อยากจะมีรถเป็นของตัวเองบ้าง

ด้านทนายเก่งตอนเเรก เเนะนำให้เอ๋ถอยรถเบนซ์ เพราะเธอเป็นเจ้าของเเบรนด์เครื่องสำอาง รายได้หลักมาจากการขๅยของออนไลน์ เเต่เอ๋มองว่ารถเบนซ์เกินตัวมากเกินไป

อาจารย์ประจักษ์ชัยก็มีรถหลายคัน เเต่ละคันก็ธรรมดา เป็นรถทำงาน เเละอาจารย์ก็คอยบอกคอยสอนให้เอ๋ใช้ชีวิตกลาง ๆ จะมีก็อยู่ได้ ไม่มีก็อยู่ได้ ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป

ในความคิดของเอ๋คือ เธอต้องการรถกลาง ๆ อยากได้รถที่พอใช้ไปทำงานได้ ในใจคืออยากได้รถมือสอง เเละไม่อยากเป็นหนี้ ทนายเก่งเลยติดต่อคนคนหนึ่ง พี่เสริฐ เศรษฐีเมืองขอนเเก่น

ซึ่งพี่เสริฐกำลังจะซื้อรถใหม่ ที่บ้านพี่เสริฐมีรถ 7 คัน เเละรถ Toyota Camry เป็นรถบ้านที่พี่เสริฐค่อนข้างหวง คนอื่นมาซื้อต่อครึ่งล้านเเต่ไม่ขๅย ทนายเก่งเลยติดต่อกับพี่เสริฐเพื่อซื้อรถคันนี้

พอเห็นรูปตอนเเรก เอ๋ยังคิดว่ามันเกินตัวไปหน่อย มีคันที่ถูกกว่านี้ไหม เอาเเบบที่ไม่มีผีสิง ด้านพี่เก่งมองว่า อะไรที่เราสมควรได้รับ เราก็ควรรับมัน เอ๋เลยตัดสินใจตกลงซื้อ

วันที่ไปรับรถ ราคารถที่ขๅยพี่เสริฐขๅยให้กับเอ๋นั้นลดลงอีก เหลือเเค่ไม่กี่เเสน ทำให้เอ๋ดีใจมากที่ไม่ต้องมาคิดมากว่าจะเป็นหนี้ไปอีกกี่ปี จากนี้จะได้ทำงานอย่างสบายใจ

“รถคันเเรกที่มาจากน้ำพักน้ำเเรงของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ไม่เคยใฝ่สูงอยากจะมีรถหรู ขอเเค่มีรถคันเล็ก ๆ เอาไว้ขี่กับครอบครัวก็พอเเล้ว หนูภูมิใจเเละรักตัวเองมาก จะบอกว่าฝันเป็นจริงก็ไม่ใช่ เพราะไม่เคยฝันเลย ใช้ชีวิตเเบบธรรมดามาก”

ด้านหลายคนก็เข้ามายินดีกับเอ๋กันถ้วนหน้า เเละมองว่าวิธีคิดเเบบนี้ จะทำให้ครอบครัวสบาย มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ยอดเยี่ยมสุด ๆ

แหล่งที่มา kapook

เรียบเรียงโดย baansuann.com