Home ข่าวทั่วไป หลวงพ่อแฉ! เงินอุดหนุนวัฒนธรรมพิจิตรโอนเข้าบัญชีวัดแล้วทวงขอคืน

หลวงพ่อแฉ! เงินอุดหนุนวัฒนธรรมพิจิตรโอนเข้าบัญชีวัดแล้วทวงขอคืน

15 second read
0
222

เปิดโปง เงินอุดหนุน วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ชวนหลวงพี่ หลวงพ่อ ร่วมโครงการคุณธรรม 12 ประการ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ให้วัดเปิดบัญชีธนาคารรอรับเงินโอน แต่ส่งคนเจรจาคราวแรกขอ 2,000 บาทก่อน

วันที่ 19 กันยายน 2563 พระปลัดสุทธายุทธ หรือ “พระปลัดต้อย” เลขาเจ้าคณะอำเภอบางมูลนาก ซึ่งจำวัดอยู่ที่วัดท่าช้าง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร และ พระครูพิสัยนิมมานการ หรือ พระอธิการณรงค์ “พระทอง” เจ้าอาวาสวัดดงพลับ หมู่ 6 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร

พระทั้งสองรูปนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทราบเรื่องดีเกี่ยวกับโครงการเงินอุดหนุนของวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ที่แปลงงบโครงการกิจกรรมการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์และสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 แต่กิจกรรมไม่สามารถทำได้เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยศูนย์ ศบค.ได้กำหนดมาตรการ Social Distancing จึงทำให้โครงการบวชเฉลิมพระเกียรติถูกปรับเปลี่ยนเป็นการซื้อถุงยังชีพแจกให้กับพระภิกษุสงฆ์และประชาชน

ทันทีที่จะเข้าร่วมโครงการ แต่มีบุคคลผู้อ้างเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่ก็สนิทใกล้ชิดกับพระหรือเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆอยู่แล้ว ที่ตนเป็นผู้ประสานงานระดับอำเภอก็มาเปิดใจว่ารู้สึกไม่สบายใจและไม่เต็มใจ ที่จะต้องบอกกับหลวงพี่ หลวงพ่อ ตรงๆว่า เจ้านายจะขอเงิน 2,000 บาท จากที่โอนเข้าบัญชีมาให้ 10,000 บาท

ซึ่ง หลวงพี่ หลวงพ่อ ก็เห็นแก่หน้าผู้ประสานงานระดับอำเภอก็ตอบว่าไม่เป็นไรเค้าขอมาเราก็ให้ได้ เงินเหลือ 8,000 บาท เดี๋ยวหาเงินมาต่อยอดสมทบซื้อถุงยังชีพถุงละ 500 บาท ให้ได้ 20 ถุง ตามเป้า

แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงผู้ประสานงานระดับอำเภอก็โทรศัพท์มาประสานบอกว่าเจ้านายจะขอทวงเงินจากที่โอนเข้าบัญชีมาทั้งหมด 10,000 บาท เพื่อเอาเงินไปกองรวม แล้วจะบริหารจัดการเอง

พระปลัดสุทธายุทธ “พระปลัดต้อย” เลขาเจ้าคณะอำเภอบางมูลนาก ซึ่งจำวัดอยู่ที่วัดท่าช้าง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร และ พระครูพิสัยนิมมานการ หรือ พระอธิการณรงค์ “พระทอง” เจ้าอาวาสวัดดงพลับ หมู่ 6 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร พระทั้งสองรูปกล่าวเพิ่มเติมว่าวิธีการดังกล่าวไม่ชอบมาพากล

เพราะการที่มาขอใช้บัญชีธนาคารของวัดเอาเงินโอนเข้ามาวัดมีรายรับเป็นเงินของทางราชการก็จะต้องหาหลักฐานที่เป็นรายจ่ายให้ตรงและถูกต้องตามหลักการบัญชี

เมื่อยืมบัญชีธนาคารโอนเงินเข้ามาแล้วขอให้ถอนเงินสดคืนกลับไป อาตมาจะไปหาหลักฐานที่ไหนมาแทงบัญชีรายจ่าย อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องฉาวเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด แต่คราวนี้ขอคืนทั้งหมดจึงดูแล้วจะยิ่งกว่าเงินทอนวัดเพราะเป็นเรื่องทวงเงินคืนจากบัญชีวัด

หลวงพี่ หลวงพ่อ ทั้งสองรูปจึงบอกปฏิเสธไม่ขอเข้าร่วมโครงการและไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร เพราะการกระทำเช่นนี้น่าเชื่อได้ว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการ แต่ที่นำมาแฉให้ผู้สื่อข่าวทราบ

เนื่องจากเป็นห่วงวัดอื่นๆที่รู้มาว่ามี 31 วัด ให้ความร่วมมือกับวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรในการให้ยืมบัญชีธนาคารของวัดที่มีการกระทำดังกล่าว ซึ่งอาจจะกลายเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการกระทำที่ผิดระเบียบหรือผิดกฎหมายก็อาจเป็นได้

 

แหล่งที่มา : komchadluek.net, siamrath.co.th

เรียบเรียงโดย : baansuann.com