Home ข่าวทั่วไป ยอดเงินล่าสุดลูกจ้างสาว ยักยอกเงินหลวง พุ่งทะลุ 39 ล้านแล้ว

ยอดเงินล่าสุดลูกจ้างสาว ยักยอกเงินหลวง พุ่งทะลุ 39 ล้านแล้ว

1 min read
0
113

วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามความคืบหน้ากรณี นางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ ทำงานในตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยักยอกเงินงบประมาณและเงินโครงการต่าง ๆ จำนวน 33.9 ล้านบาท

โดยใช้วิธีการปลอมเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารปลอม โอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว

โดยเมื่อ 29 มิ.ย. 63 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบฯ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายธีรพันธ์ นันทกิจ นายภิรมย์ นิลทยา นายคมสันเจริญอาจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดฯ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฯ และ น.ส.เกศริน ภัทรเปรมเจริญ คลังจังหวัดฯ

ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยักยอกเงินของทางราชการด้วยการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว ขณะนี้ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังผัดแรกในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ด้านนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้พบยอดเงินในการทุจริตเพิ่มจาก 33.9 ล้านบาทเป็น 39.2 ล้านบาท จากการใช้ระบบออนไลน์ทำข้อมูลเท็จโอนเงินเข้าบัญชีมารดาและญาติ โดยอายัดเงินคืนได้เพียงกว่า 791,980 บาท

สำหรับการมอบอำนาจหน้าที่ให้พนักงานราชการคนดังกล่าวทำหน้าที่เบิกจ่ายเงินและมอบรหัสผ่านให้เข้าถึงระบบการเบิกจ่ายระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์จากผู้มีอำนาจสั่งจ่าย 2 ราย ด้โอนเงินกระจายเข้าสู่บัญชีตนเองจำนวน 14 บัญชี และตรวจสอบพบว่าเงินไหลเวียนไปยังบัญชีที่ผูกไว้กับเว็บไซต์การพนันออนไลน์ รวมการกระทำผิดจำนวน 166 ครั้ง มีการปลอมเช็คถึง 78 ครั้ง

เบื้องต้นพบว่าเป็นการมอบงานด้วยความความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ต้องหาเป็นคนทำงานดีไม่คิดว่าจะก่อเหตุ ประกอบกับยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยขาดแคลนอัตรากำลังในการบรรจุแต่งตั้งนักวิชาการเงินและบัญชีซึ่งเป็นข้าราชการจึงต้องมอบหมายงานให้ลูกจ้างและพนักงานราชการ

ทั้งนี้หากผลการสอบสวนพบความบกพร่องของข้าราชการรายใด ก็จะต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและชดใช้ค่าเสียหายในทางละเมิด ตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่วนสามีของผู้ต้องหาในทางพฤตินัยที่ทำหน้าที่ลูกจ้างประจำ ของสำนักงานจังหวัดฯ พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต

ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฯ กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยประสาน ปปง.ให้ช่วยติดตามเงินที่โอนไปเว็บพนันออนไลน์ที่ผู้ต้องหาเล่น

โดยเฉพาะการนำเงินไปฝากไว้ในเว็บเพื่อถอนคืนในภายหลัง หากพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ใดก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมติดตามเส้นทางการเงินที่โอนให้เครือญาติ แต่ขณะนี้ยังไม่ออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม

ขณะที่ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ กล่าวว่า จะสรุปผลสอบข้อเท็จจริงเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสนใจปัญหาการลงลายมือชื่อในเช็คเปล่าที่ยึดได้จากบ้านพักของผู้ต้องหา

ดังนั้นจะต้องสอบถามผู้เกี่ยวข้องว่าเหตุใดจึงไม่ทราบว่าเช็คงบประมาณจังหวัดสูญหายไปจากสำนักงานจังหวัดทั้งที่เอกสารสำคัญทั้งหมดมีระเบียบการทรวงการคลังกำหนดให้เก็บรักษาอย่างชัดเจน

ซึ่งในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดด้วย

แหล่งที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจวบคีรีขันธ์

เรียบเรียงโดย baansuann.com