ชายหนุ่มใส่เสื้อกราวน์ อ้างเป็นหมอ ย่องเข้าร้านทองทำคุยโว หลอกขโมยทอง


วันนี้เราจะพาทุกคนมาติดตามกรณีของชายใส่เสื้อกราวน์ อ้างเป็นหมอ ย่องเข้าร้านทองทำคุยโว ก่อนแอบฉกทองใส่กระเป๋า เป็นเรื่องราวหลังเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวว่า

ชายสวมใส่กาวน์แอบอ้างเป็นหมอ แอบอ้างว่าเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลพิจิตร ที่กำลังจะย้ายมาที่โรงพยาบาลสามง่าม ซึ่งมาดูสถานที่แล้วมีการถ่ายรูป ลงในเฟซบุ๊กเพื่อแอบอ้างตัว

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลจึงได้ แจ้งให้กับต้นสังกัดตรวจสอบ เพื่อป้องกัน นำภาพดังกล่าวนำไปหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อ ต่อมาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตรออกมายืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นแพทย์ของจังหวัดพิจิตร

ล่าสุดเมื่อวันนี้ 16 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา เจ้าของร้านทองแจ้งว่าชายคนดังกล่าวเข้าไปขโมยทองรูปพรรณในร้านทองในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ด้วย โดยชายคนนี้ได้ขโมยสร้อยคอทองคำขนาด 1 สลึง จำนวน 2 เส้น จากร้านทองในจังหวัดพิจิตร ก่อนถูกจับได้ก่อน

โดย เจ้าของร้านทอง ได้เปิดเผยว่า บุคคลดังกล่าว ได้มาขโมยสร้อยคอทองคำจากร้านจริง โดยก่อนที่จะเกิดเหตุ บุคคลดังกล่าวได้เดินทางมาที่ร้านหลายครั้ง โดยจะขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทามาทุกครั้ง และจะสวมเสื้อกาวน์แบบที่หมอชอบใส่มา ที่หน้าอกปักตัวหนังสือเล็กมาจนอ่านไม่ออก และจะมาตอนเที่ยงวันทุกครั้ง

เป็นช่วงที่ตนเองกำลังกินข้าวทุกครั้ง รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทามาทุกครั้ง และจะสวมเสื้อกาวน์แบบที่หมอชอบใส่มา ที่หน้าอกปักตัวหนังสือเล็กมาจนอ่านไม่ออก และจะมาตอนเที่ยงวันทุกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ตนเองกำลังกินข้าวทุกครั้ง

โดยทำทีมาขอดูทองคำเส้นละ 1 สลึง แต่ไม่เคยซื้อกลับไปสักครั้ง จนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ก็กลับมาอีก โดยครั้งนี้ตนเองรู้สึกแปลกใจที่รูปร่างใหญ่ขึ้น เสื้อข้างในสกปรก และยาวออกมา ไม่เหมือนแพทย์ ได้นำสร้อยข้อมือมาขๅย 1 เส้น น้ำหนัก 1 บาท แต่ไม่มีตะขอ ตอเองก็รับซื้อไว้ และจ่ายเงินไป 26,000 บาทเพราะเป็นช่วงทองราคาแพง

และยังทำทีเป็นขอซื้อทองเส้นละขนาด 1 สลึง โดยบอกว่าจะเอาไปให้แม่ ตนเองได้พยายามบอกว่าให้ซื้อแหวนดีกว่า แต่ชายตนนั้นไม่ยอมจะขอดูสร้อยคอทองคำให้ได้ ตนเองจึงหยิบถาดทองมาให้ดู และระหว่างที่ตนเองเผลอ

ชายคนดังกล่าวก็แอบหยิบทอง 2 เส้นใส่กระเป๋า แต่ลูกน้องเห็นพอดี ตนเองจึงให้เอาทองมาคืน จะไม่เอาเรื่อง ชายคนนั้นไม่ยอมจนต้องเรียกตำรวจมา ชายคนนั้นจึงคืนทองให้

ทางด้านเจ้าของร้านทองตนเองไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะตนเองอยู่คนเดียว หากต้องไปโรงพัก หรือไปศาลก็ต้องปิดร้านไป จึงไม่ได้เอาเรื่องชายคนดังกล่าว เพราะเห็นว่าได้ทองคืนแล้ว แต่ก็ได้ถ่ายรูปส่งให้ร้านทองทุกร้าน ที่อยู่ในจังหวัดพิจิตร ให้ระวังชายคนดังกล่าวแล้ว

หากใครพบเห็นชายคนดังกล่าวให้ระมัดระวังตัว และอย่าไว้ใจหากมีท่าทีไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งคนใกล้ชิด-ตำรวจเข้าช่วยเหลือทันที

แหล่งที่มา: อีจัน

เรียบเรียงโดย baansuann.com